รายการพระเครื่อง

ชื่อ พระพิมพ์เล็บ บัวฟันปลา หลวงพ่อฉ่ำ วัดท้องคุ้ง
ชื่อพระ พระพิมพ์เล็บ บัวฟันปลา หลวงพ่อฉ่ำ วัดท้องคุ้ง
รายละเอียดพระ

พระพิมพ์เล็บ บัวฟันปลา หลวงพ่อฉ่ำ วัดท้องคุ้ง จ.สมุทรปราการ

 

    สภาพสวยเดิมๆ เป็นเนื้อผงใบลานคลุกรักผสมว่าน เนื้อพระแห้งแกร่ง ผิวพระเกิดรอยยุบย่น ตามซอกๆมีคราบฝุ่นความเก่าติดให้เห็น หลังอูมทำให้พระมีความหนาตามไปด้วย อายุพระร้อยกว่าปี ปัจจุบันนี้พระหลวงพ่อฉ่ำ ได้กลายเป็นวัตถุมงคลที่ผู้คนเสาะหามาบูชากันมาก เนื่องจากพุทธคุณที่สุดยอดทางเมตตามหาแล้วยังมีแคล้วคลาดคงกระพันอีกด้วย จึงทำให้หาได้ยากในท้องตลาด แทบจะไม่พบเจอเลยครับ

 

 

 

 

    หนึ่งในพระเกจิดังของเมืองสมุทรปราการ "หลวงพ่อฉ่ำ คงฺสุวณฺโณ" อดีต เจ้าอาวาสวัดท้องคุ้ง พระเกจิผู้เรืองวิทยาอาคมสูง เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวสมุทรปราการและใกล้เคียง เป็นพระเกจิร่วมสมัยกับพระเกจิชื่อดังของเมืองปากน้ำอีกหลายรูป อาทิ หลวงพ่ออยู่ วัดบางหัวเสือ, หลวงพ่อเผือก วัดกิ่งแก้ว, หลวงพ่อบุตร วัดใหญ่บางปลากด, หลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ และหลวงพ่อแย้ม วัดด่านสำโรง เป็นต้น วัตถุมงคลของท่านล้วนเป็นที่นิยมสะสมอย่างกว้างขวางในสมัยนั้น โดยเฉพาะ "เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ปี พ.ศ. 2482" ถึงแม้จะเป็น "เหรียญตาย" ที่แจกในงานพระราชทาน เพลิงศพของท่านในปี พ.ศ.2482 แต่ก็เป็นที่ศรัทธายิ่ง อีกทั้งปลุกเสกโดย พระอาจารย์มา วัดโมก และหลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว พระเกจิ ชื่อดังในยุคนั้นอีกด้วย

 

 

    หลวงพ่อฉ่ำ เป็นชาวบ้านท้องคุ้ง ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง โดยกำเนิด เกิดเมื่อปี พ.ศ.2400 ในราวสมัยรัชกาลที่ 5-6 เป็นบุตรคนโตของ นายฉิม ฉิมเจริญ ในวัยเด็กเรียนหนังสือไทยกับ พระที่วัดท้องคุ้งพออ่านออกเขียนได้ ท่านชอบติดตามบิดามารดาเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรมเป็นประจำ บางครั้งก็นอนที่วัดเพื่อศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อสุขและหลวงพ่อจันทร์ ผู้มีวิทยาคมแก่กล้า และเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานในสมัยนั้น ต่อมาเมื่ออายุครบบวชในปี พ.ศ.2420 ได้อุปสมบทที่ วัดท้องคุ้ง โดยมี หลวงพ่อสุข วัดท้องคุ้ง เป็นพระอุปัชฌาย์

    หลวงพ่อจันทร์ วัดท้องคุ้ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อปาน วัดท้องคุ้ง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    ได้รับฉายา "คงฺสุวณฺโณ" ศึกษาพระธรรมวินัยและรับการถ่ายทอดวิทยาคมต่างๆ จาก หลวงพ่อสุข และ หลวงพ่อจันทร์ จนแตกฉานหมดสิ้น

 

 

    หลวงพ่อสุข และหลวงพ่อจันทร์ ท่านทั้งสององค์นี้มีพลังจิตกล้าแกร่ง และมีวิทยาคุณสูงมาก มีอยู่วันหนึ่งเรือกลไฟของฝรั่งแล่นผ่านมาทางหน้าวัด ชาวบ้านไม่ค่อยได้เห็นเรือกลไฟขนาดใหญ่บ่อยนัก ก็มายืนดูกันที่ท่าน้ำหน้าวัด พอดีกับหลวงพ่อสุขท่านอยู่ตรงบริเวณท่าน้ำพอดี ท่านจึงชี้มือไปที่เรือกลไฟนั้น เรือก็หยุดอยู่กับที่ ทำอย่างไรก็ไม่สามารถแล่นเรือออกไปได้ เครื่องดับสนิท แล้วท่านก็เดินกลับเข้ากุฏิไป ชาวบ้านต่างก็มามุงดูกันใหญ่ หลังจากนั้นอีกพักใหญ่ๆ ก็มีคนไทยพาฝรั่งขึ้นมากราบหลวงพ่อที่กุฏิ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อก็บอกว่า

 

    “ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเครื่องก็ติด ชาวบ้านเขาไม่เคยเห็นเรือกลไฟใหญ่ๆกัน ให้เขาดูกันหน่อย ”

    หลังจากที่ท่านสนทนาอยู่ด้วยสักพัก ก็บอกว่า

 

    “ ไปได้แล้ว ไม่เป็นไรหรอก ”

    พอฝรั่งไปถึงเรือเครื่องก็ติดได้เป็นปกติ เป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว

 

 

    ส่วนหลวงพ่อจันทร์ท่านเป็นพระที่เก่งทางกสิณ สมถะ และเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากรรมฐาน สามารถย่นระยะทางได้ มีวิชาอาคมเก่งกล้า

 

    ครั้งหนึ่งท่านเป็นหัวหน้าพาพระเณรออกเดินธุดงค์ พระหนุ่มๆสิบกว่ารูปเดินตามท่านไม่ทัน พอเดินไปทันก็เห็นหลวงพ่อจันทร์ เข้าไปอยู่ในปากงูใหญ่ งูมันอมท่านไว้เหลือเพียงแค่คอ พระทั้งสิบรูปก็ยืนตกใจ ต่างก็จำได้ว่าเป็นหลวงพ่อจันทร์แน่ เกิดความสลดใจ ปลงธรรมสังเวช และได้ปรึกษากันว่า จะไปกันต่อหรือจะกลับวัด? ผลสุดท้าย ก็กลับวัดกันทั้งหมด เมื่อกลับถึงวัด พระทั้งหมดก็ต้องตกตลึง เพราะเห็นหลวงพ่อจันทร์มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว พอถึงเวลาสวดมนต์เย็น พระเหล่านั้น ได้ถามถึงเรื่องงูมันกินท่าน ท่านก็กลบเกลื่อนคุยเรื่องอื่น ไม่พูดถึงเรื่องนั้นเลย

 

 

    หลวงพ่อฉ่ำท่านมีหลักทานบารมี และเมตตาสูงส่ง เวลาที่ท่านออกมานอกกุฏิมักจะมีนกที่ปราดเปรียว เช่น นกกางเขน นกสาลิกา นกปรอด บินมาเกาะบ่าหรือตามตัวท่าน ท่านก็จะเอาข้าวใส่ฝ่ามือให้พวกมันกิน บางทีก็เป็นกล้วยบ้าง พอมันกินอิ่มแล้ว มันก็บินไป แสดงถึงอำนาจทางเมตตาของท่าน ดังนั้นอิทธิวัตถุมงคลของท่านจึงเน้นหนักไปในทางเมตตามหานิยมมากกว่าทางอื่น พระผงหรือพระเนื้อดินที่ท่านแจกไป จะมีพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยมเป็นยอดจริงๆ เมื่อเวลาเข้าหาเจ้า เข้าหานาย ใช้ได้ผลดี มีประสบการณ์กันมามากต่อมากแล้ว

 

    อิทธิวัตถุมงคลของท่านยังป้องกันเด็กจมน้ำได้อีกด้วย เจอกันมาหลายราย มีอยู่รายหนึ่งลูกชายกำลังอยู่ในวัยหัดเดินเตาะแตะ พ่อไปขึ้นต้นตาล ได้ยินเสียงตะโกนจากชาวบ้านแถวนั้นว่า “ลูกใครตกน้ำ ลอยมาติดอยู่ที่กอต้นจาก” พอพ่อลงมาจากต้นตาล วิ่งมาดู เห็นเด็กลอยน้ำคว่ำหน้า ก็ลงไปจับหงายขึ้น จำได้ว่าเป็นลูกชายของตนเอง ก็ตกใจรีบอุ้มมาวางไว้ที่บ้าน ตอนนั้นเด็กนอนไม่รู้สึกตัวแล้ว มีน้ำไหลออกทางปากและจมูก ตัวพ่อเริ่มทำใจแล้วว่า ลูกตัวเองคงไม่รอด แต่สักพักเดียวเด็กก็ฟื้นขึ้นมา ในคอมีเหรียญหลวงพ่อฉ่ำห้อยคออยู่เพียงเหรียญเดียว รอดตายได้ราวปฎิหารย์

 

 

    หลวงพ่อฉ่ำ สร้างวัตถุมงคลมากมาย เพื่อแจกจ่ายแก่ลูกศิษย์ลูกหาและผู้มีจิตศรัทธา โดยจะเน้น ตะกรุด เครื่องรางของขลัง และพระ ปิดตาคลุกรักผสมว่านยา อันได้แก่

 

    พระปิดตาหลังเบี้ย

    พิมพ์เข่าบุ๋มและเข่าตัน

    พระพิมพ์บัวฟันปลา

    พระปิดตาพิมพ์เล็ก

    พระผงกลีบบัว

    พระผงพิมพ์ลำพูนปรกโพธิ์

    และพระปิดตาเนื้อชินตะกั่ว เป็นต้น

 

    ซึ่งล้วนปรากฏพุทธคุณ เลื่องลือและโดดเด่นในทางด้านเมตตามหานิยม และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง

 

 

    หลวงพ่อฉ่ำ เป็นพระเกจิผู้มีความเยือกเย็น เคร่งครัดพระธรรมวินัย ถือสันโดษ มีเมตตากรุณาธรรมสูงส่ง และโอบอ้อมอารี เป็นที่รักเคารพของสาธุชนอย่างมาก ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสและเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2481 ศิริอายุ 82 ปี 61 พรรษา

 

 

    กระแสวัตถุมงคลหลวงพ่อฉ่ำมาพุ่งแรง อีกครั้ง โดยเฉพาะ "พระปิดตา" เมื่อคราว พระครูวิบูลย์ปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดท้องคุ้ง จะบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะและสร้างถาวรวัตถุภายในวัด จึงจำเป็นต้องขยับขยายพื้นที่ ได้เจาะพระปรางค์ 2 องค์ บริเวณหน้าวัด เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2523 ซึ่งหลวงพ่อฉ่ำได้สร้างไว้ เมื่อปี พ.ศ.2457 เพื่อนำพระพุทธรูป พระเครื่อง ตลอดจนอัฐิของหลวงพ่อที่บรรจุไว้ ออกมาเก็บรักษา ปรากฏพบทั้งพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ พระแก้วใสวรรณะสีเขียวแบบมรกต และพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ "พระปิดตา" ซึ่งโดยปกติได้รับความนิยมและเล่นหากันในแวดวงนักนิยมสะสมอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว ด้วยชื่อ เสียงขจรขจายในความเป็นเลิศทางด้านแคล้วคลาดและคงกระพันชาตรี แสดงว่า สมัยที่ท่านยังมีชีวิตและสร้าง "พระปิดตา" นั้น ท่านได้แบ่งส่วนหนึ่งแจกจ่ายแก่ลูกศิษย์ลูกหาและอีกส่วนหนึ่งบรรจุไว้ในกรุ เพื่อเป็นการสืบทอดพระศาสนา การแตกกรุของ "พระปิดตาหลวงพ่อฉ่ำ" ในครั้งนี้ จึงเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก

 

 

    พระปิดตาหลวงพ่อฉ่ำที่ปรากฏ เป็นพระเนื้อผงคลุกรัก ประกอบด้วยผงใบลานคลุกด้วยดิน ว่าน และเกสร โดยมีรักเป็นตัวประสาน และเป็นพระที่ไม่ได้ผ่านการเผาที่เรียกกันว่า "เนื้อดินดิบ" แต่มีความแกร่งพอควร สีขององค์พระจะออกน้ำตาลปนดำ มีเนื้อละเอียดและหนึกนุ่มมาก แบ่งได้เป็น 2 พิมพ์ คือ "พิมพ์เข่าบุ๋ม" และ "พิมพ์เข่าตัน" ซึ่งจะแตกต่างกันที่พระชานุหรือเข่าตามชื่อพิมพ์นั่นเอง

 

 

    ลักษณะพิมพ์ทรงเป็นทรงชะลูด องค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางสมาธิ พระหัตถ์ปิดพระเนตรทั้ง 2 ข้าง มีรายละเอียดต่างๆ ไม่มากนัก แต่แฝงไว้ซึ่งความเข้มขลัง ด้านหลังโค้งมนแบบหลังเบี้ยนั้น ภายในจะบรรจุ "เม็ดปรอทผสมตะกั่ว" หรือวงการพระเรียก "ลูกสะกด" ขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพดเอาไว้ ซึ่งพระเกจิน้อยรูปนักที่จะสามารถสร้างลูกสะกดได้สำเร็จ เพราะกรรมวิธีการสร้างยากและซับซ้อนและต้องเป็นยอดพระเกจิที่ทรงวิทยาอาคมเก่งกล้าจริงๆ

 

 

    ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก

 

    หนังสือพิมพ์ข่าวสด

    วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 26 ฉบับที่ 9309

 

    หนังสือมหาโพธิ์

    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 ปีที่ 2 ฉบับที่ 7

    โดบ ช.ชวนเชย




หมวดหมู่ พระเนื้อผง / ดิน / ว่าน
ร้านพระ

พระเครื่องสวนจตุจักร

เบอร์โทรศัพท์ 0818740491 Line ID:ts872868
เมื่อวันที่ 2022-08-15
ยอดเข้าชม 177 ครั้ง
สถานะ 5,500 บาท
Scroll