รายการพระเครื่อง

ชื่อ พระเครื่องเนื้อผง วัดมฤคทายวัน พิมพ์นางกวักจิ๋ว(นิยม)ปี2466 ..องค์ที่18
ชื่อพระ พระเครื่องเนื้อผง วัดมฤคทายวัน พิมพ์นางกวักจิ๋ว(นิยม)ปี2466 ..องค์ที่18
รายละเอียดพระ นางกวักจิ๋ว วัดมฤคทายวัน ปี2466 เนื้อผงขาวกระดูกพิมพ์นางกวักจิ๋ว(นิยมมาก)ปี2466 ..องค์ที่18..สภาพสวยมาก..ได้ทั้งพิมพ์นิยมเนื้อนิยม วัดมฤคทายวันจ.ประจวบคีรีขันธ์ฯ.......สร้างแจกเฉลิมฉลองสร้างวังมฤคทายวัน ของรัชกาลที่6 ปี2466 พิมพ์ลึกครับ หลวงปู่นาคเป็นประธานในพิธีและร่วมปลุกเสกเกจิอาจารย์เก่งที่มีชื่อเสียงในยุคนั้นอีกมากมายหลายรูปที่ ..องค์นี้เป็นพิมพ์กลางเนื้อดำผิวสีออกรักเเดง มีความคลาสิกมาก..พิมพ์พระพุทธชินราชหลังยันต์ครู ผสมด้วยผงเก่าพระสมเด็จและผงวิเศษอีกมากมาย เป็นพระเครื่องชุดเล็กที่น่าสะสม หาแขวนบูชาเป็นอย่างมาก พุทธคุณโดดเด่นเรื่องเมตตามหานิยมแคล้วคลาด องค์นี้เป็นพระแท้ที่ดูง่ายๆ..**..ประวัติและข้อมูลวัดมฤตทายวันหลวงปู่นาค ปุญญนาโค..**..เมื่อนึกถึง "หัวหิน" ย่อมเห็นภาพของหาดทรายขาวและทะเลสีฟ้าคราม คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ และหากนึกถึง "วัดหัวหิน" ย่อมต้องเห็นภาพของอดีตพระเกจิอาจารย์สำคัญรูปหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นั่นคือ "พระครู วิริยาธิการี" หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "หลวงปู่นาค" สุดยอดแห่งพระเกจิอาจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญอย่างสูงด้านวิปัสสนาธุระ อีกทั้งทรงคุณวิเศษทางไสยเวทวิทยา เป็นที่เคารพนับถือของชาวหัวหิน ตลอดทั้งพุทธศาสนิกชนทุกระดับท่านเกิดเมื่อปีพ.ศ.2400 เป็นบุตรของนายพ่วง นางสุ่ม พ่วงไป มีพี่น้องรวม 5 คน ท่านเป็นคนที่ 2 บ้านเดิมอยู่ที่บ้านลัดโพ จ.เพชรบุรี หัดเรียนเขียนอ่านอักขรสมัยที่วัดลัดโพ กับพระอธิการเมือง อยู่ 1 ปี แล้วย้ายไปอยู่กับพระอธิการสุก วัดหลักป้อม จ.สมุทรสงคราม เรียนทางพระปริยัติธรรมและบาลีอยู่หลายปี จนอายุย่าง 19 ปี จึงบรรพชา อายุ 21 ปี อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดหลักป้อม ได้รับฉายา "ปุญญนาโค" เริ่มศึกษาวิปัสสนาธุระและรับการถ่ายทอดพุทธาคมจากหลวงพ่อตาด วัดบางวันทอง ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาวิชาอาคมจากหลวงพ่อเอี่ยม วัดลัดด่าน และหลวงพ่อภู่ วัดบางกะพ้อม จนมีเกียรติคุณเลื่องลือด้านวิทยาคมอย่างยอดเยี่ยมปีพ.ศ.2464 ท่านได้ลาสิกขาออกมาช่วยครอบครัว และแต่งงานจนมีบุตร 1 คน ก่อนที่จะเลิกร้างกันไป และเกิดความเบื่อหน่ายทางโลกตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งที่วัดโตนดหลวง จังหวัดเพชรบุรี จำพรรษาอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนมาสร้างวัดวังก์พง ที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวบ้านหัวหินได้พร้อมใจกันสร้าง "วัดอัมพาราม" ขึ้น ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดหัวหิน" ขุนศรีเสละคาม (พลอย กระแสสินธุ์) กำนันโต และผู้ใหญ่กล่ำ เป็นตัวแทนชาวบ้านไปอาราธนาท่านมาเป็นเจ้าอาวาส เพราะเป็นที่เคารพเลื่อมใสของคนในท้องถิ่นนั้นนับแต่นั้นมา ท่านได้พัฒนาวัดหัวหินจนกระทั่งมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมวัดอื่นๆ มีความมั่นคงสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ากันว่า หลวงปู่นาคเป็นพระเกจิอาจารย์เรืองอาคม พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชศรัทธาเป็นพิเศษ พระองค์ทรงนับถือเสมอด้วยศิษย์กับครู ทุกครั้งที่เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จะทรงมานมัสการเสมอ พร้อมทั้งทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ท่านเข้าเฝ้าฯ ได้ตลอดเวลา แม้ในยามราตรีมีผู้บันทึกนิสัย ปฏิปทา และศีลวัตรของท่านไว้ว่า เป็นผู้มีอัธยาศัยรักสงบ เยือกเย็นและสุขุม ประกอบด้วยความเมตตากรุณา มีเมตตาธรรมแก่คนทั่วไปโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ เป็นพระที่พูดน้อย เวลาจะตักเตือนหรือสั่งสอนใคร มักใช้คำพูดสั้นๆ ไม่เยิ่นเย้อ แต่เป็นคำที่เฉียบคม แฝงด้วยความหมายลึกซึ้งยิ่งนักบั้นปลายชีวิตหลวงปู่นาคเริ่มอาพาธด้วยโรคบวมตามข้อ ปีพ.ศ.2475 รักษาตัวเรื่อยมา อาการไม่หายขาด เพียงทุเลาได้เป็นครั้งคราว ก่อนที่จะมรณภาพเมื่อเวลา 15.53 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2477 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสปกครองยาวนานถึง 38 ปี (พ.ศ.2439-2477) มีอายุพรรษาได้ 43 พรรษา ได้รับพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2478 หลวงปู่นาคเป็นพระเกจิอาจารย์รูปหนึ่งซึ่งสร้างพระเครื่องได้เข้มขลัง เนื่องจากสืบสายพุทธาคมมาจากเกจิทรงวิทยาคมหลายท่าน วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังที่ขึ้นชื่อลือชาชนิดหนึ่งคือ "พระสมเด็จวัดมฤคทายวัน"วัดมฤคทายวัน มีชื่อมาจากป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งตามพุทธประวัติเป็นที่พำนักของพระปัญจวัคคีย์ หลังจากเสื่อมศรัทธาในสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงเลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา และเป็นที่ซึ่งพระองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา "พระธัมมจักกัปปวัตนสูตร" แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 เมื่อพระองค์ทรงบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว จนพระโกณฑัญญะหนึ่งในพระปัญจ วัคคีย์ขออุปสมบท เป็นพระภิกษุรูปแรกของพระพุทธองค์ และครั้งแรกในพุทธกาลวัดมฤคทายวัน ตั้งอยู่ติดกับวังไกลกังวล ซึ่งสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน และเมื่อพระองค์เสด็จแปรพระราชฐานมายังวังไกลกังวล ก็มักทรงสดับพระธรรมเทศนา และสนทนาธรรมกับพระภิกษุผู้มีศีลาจารวัตรงดงาม รวมถึง "หลวงปู่นาค ปุญญนาโค" ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดมฤคทายวันในสมัยนั้น ซึ่งภายหลังได้ย้ายมาครองวัดหัวหิน นอกจากท่านจะมีศีลาจารวัตรงดงามแล้ว ท่านยังเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญในวิทยาอาคมเข้มขลัง เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวจังหวัดเพชรบุรีและใกล้เคียงราวปีพ.ศ.2462 รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้ "หลวงปู่นาค" เป็นเจ้าพิธีในการสร้างพระพิมพ์สมเด็จมฤคทายวันขึ้น เป็นพระเนื้อผงทรงสี่เหลี่ยม คล้ายพระสมเด็จวัดระฆังฯ ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เนื้อหามวลสารประกอบด้วยปูนเปลือกหอยเป็นมวลสารหลัก ที่สำคัญคือ "ผงตรีนิสิงเห" อันเป็นผงวิเศษหลักในการสร้างพระสมเด็จ มาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) จนถึงท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มีอานุภาพนานัปการ ทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด และคงกระพันชาตรี ผงตรีนิสิงเหนำมาผสมรวมกับมวลสารมงคลอื่นๆ แล้วใช้น้ำมันตั้งอิ้วกับน้ำมันลินสีดเป็นตัวประสาน เนื้อมวลสารที่เป็นปูนเปลือกหอยก็จะอมน้ำมันทำให้เนื้อขององค์พระแลดูชุ่มและนุ่ม ส่วนผงตรีนิสิงเหนั้นไม่อมน้ำมัน จึงปรากฏเป็นผงสีเหลืองนวลแทรกอยู่ในเนื้อขององค์พระ ลักษณะเหมือนถั่วตัดสวยงามมาก โบราณาจารย์บางท่านมักเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "พระผงน้ำมัน" ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นต้นตระกูลของพระผงน้ำมันทีเดียวพระผงน้ำมันวัดมฤคทายวัน เป็นเนื้อผงปูนปั้น ผสมน้ำมันทั้งหมด มีหลากสีคือ ขาว, ดำ, แดง, เหลือง, ส้ม โดยสีขาวที่เรียกกันทั่วไปว่าเนื้อกระดูก เป็นเนื้อนิยมสูงสุด เนื่องจากมีความเชื่อว่ายากต่อการปลอมแปลง แต่ปัจจุบันเล่นรุ่นหลัง สามารถแยกเก๊-แท้ได้แล้ว โดยอาศัยเอกลักษณ์จากพิมพ์ทรงการตัดขอบและเนื้อหาที่ละเอียด หนึกนุ่ม ปกคลุมด้วยน้ำมันที่แห้งผาก ยากต่อการปลอมแปลง เนื้อสีอื่นจึงได้รับความนิยมตามมา โดยลำดับ พระมฤคทายวัน มีหลายพิมพ์เท่าที่วงการยอมรับไม่ต่ำกว่า 20 พิมพ์ หากนำมาเสนอทั้งหมด หน้ากระดาษคงไม่เอื้ออำนวย โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ใหญ่ๆ ดังนี้ พิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์ มี 2 ขนาด คือ ใหญ่, เล็ก พิมพ์ใหญ่แยกเป็นพิมพ์ลึก, ตื้น พิมพ์สมเด็จ 3 ชั้น แบ่งเป็น 3 พิมพ์คือ ใหญ่, กลาง, เล็ก พิมพ์สมเด็จ 7 ชั้น แบ่งเป็น 3 พิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่พิเศษอกร่อง, พิมพ์อกร่อง, อกตัน พิมพ์นางกวัก เป็นพิมพ์ที่มีมากที่สุดแบ่งได้ 4 ขนาดใหญ่พิเศษ (จัมโบ้) ใหญ่, กลาง, เล็ก, จิ๋ว พิมพ์ชินราช แบ่งเป็น 3 พิมพ์คือใหญ่, กลาง, เล็ก พิมพ์ 3 เหลี่ยม แบ่งเป็น 3 พิมพ์ คือ ใหญ่, กลาง, เล็ก พิมพ์พระศรีอาริย์ มีพิมพ์เดียว พิมพ์ป่าเลไลยก์ มีพิมพ์เดียวทุกพิมพ์มีเอกลักษณ์เฉพาะคือ จะเป็น กรอบกระจก เช่นเดียวกับเกษไชโย และมีการตัดขอบสำเร็จในพิมพ์ ไม่มีการตัดนอกพิมพ์ เนื่องจากการสร้างแบบแม่พิมพ์ที่มาตรฐาน ซึ่งเชื่อว่าเป็นฝีมือช่างหลวง เป็นการสร้างแบบแม่พิมพ์ของช่างผู้มีความรู้ในเชิงช่างชั้นครู อย่างแท้จริง เลอเลิศทั้งอักขระเลขยันต์ประทับด้านหลัง นอกจากนั้นยังมีแบบหลังเรียบอีกด้วยสมเด็จวัดมฤคทายวัน พิมพ์ปรกโพธิ์ นั้นได้รับความนิยมและมีราคามากที่สุด พุทธลักษณะแม่พิมพ์ ด้านหน้าองค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางสมาธิอยู่เหนืออาสนะ ด้านหลังเป็นโพธิบัลลังก์ ภายในซุ้มเรือนแก้ว ส่วนแม่พิมพ์ด้านหลัง เป็นยันต์ตรีนิสิงเหพิธีพุทธาภิเษกจัดอย่างยิ่งใหญ่สมบูรณ์ ทั้งพิธีหลวงและพิธีพราหมณ์ รวมถึงพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นร่วมปลุกเสก และหลวงปู่นาคปลุกเสกด้วยตนเองอีกรอบหนึ่ง จัดเป็นสิ่งมงคลเมืองเพชร-พระสมเด็จมากพุทธคุณ เห็นชื่อชั้นแล้วบอกได้เลยว่าน่าสะสมโดย ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด**..เงื่อนไขการรับประกัน..**1.รับประกันพระเครื่องแท้ตลอดชีพ นับตั้งแต่วันที่ท่านได้รับพระ หากเก๊ยินดีคืนเงินเต็มจำนวนไม่มีหักเปอร์เซ็นต์2.รับประกันสภาพสวยเดิมๆผิวพรรณเดิมทุกประการไม่มีตบแต่งศัลยกรรม3.มีใบรับประกันออกให้ เพื่อรับรองว่าพระเครื่ององค์นี้เป็นพระแท้ตามหลักสากลของวงการพระเครื่องไทย4.รับประกันความพอใจ(หมายถึงเมื่อได้รับพระแล้วไม่ถูกใจ)โทรแจ้งไม่มีหัก% แต่หากเกินเวลากำหนด..จะซื้อขายในราคาตามท้องตลาดในปัจจุบัน....แต่พระเครื่องต้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่ชำรุดหักบิ่น เสียสภาพ ล้างผิว..(เก็บสะสม พระแท้ พระสวย พระดูง่าย อนาคตสดใส)**คุณภาพ พระเครื่องแท้100%..(บริหารงานโดยตี๋ เมืองตราด)..
หมวดหมู่ พระเนื้อผง / ดิน / ว่าน
ร้านพระ

ตี๋เมืองตราด

เบอร์โทรศัพท์ T. 0885248188 Line. 0885248188
เมื่อวันที่ 2018-08-29
ยอดเข้าชม 216 ครั้ง
สถานะ โชว์พระ
Scroll