รายการพระเครื่อง

ชื่อ เมฆพัด วัดหัวเนิน แปดริ้ว... คุณรู้ใหมว่าใครเสก !!!
ชื่อพระ เมฆพัด วัดหัวเนิน แปดริ้ว... คุณรู้ใหมว่าใครเสก !!!
รายละเอียดพระ

abby28

* ข้อมูลนี้เป็นข้อมุลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ 
ช่วยกัน แชร์ เป็นกรณีศึกษาต่อๆกันไปด้วยนะครับ

พระดี ศรีเมืองแปดริ้ว

ลป ศุข ปากคลองมะขามเฒ่าเสกให้ 1 พรรษา

พระเมฆพัด วัดหัวเนิน รู้แล้วจะหนาวววว!!!

((( พระ เมฆพัด วัดหัวเนิน )))

+++ ของดี พุทธคุณหลักแสน หลักล้านนนนนนน+++

วัดหัวเนิน เป็น วัดที่เก่าแก่มากจนสืบประวัติไม่ได้ สืบจากหลักฐานบางอย่างและ ศิลปที่ปรากฏให้เห็น คาดว่าน่าจะมีก่อน หรือ ต้น กรุงรัตนโกสินทร์ฯ เดิมที่ วัดหัวเนิน ไม่ได้อยู่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน เนื่องจาก ในสมัยประมาณปี 2461 สมเด็จพระพุทะโฆษาจารย์ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพ
( เจริญ ญาณวโร วัดเขาบางทราย ชลบุรี ) ท่านได้เดินทาง ทางเรือ เพื่อจะไป วัดแสนภูดาษเพื่อไปธุระ ได้ล่องเรือ ผ่าน วัดหัวเนิน ได้แลเห็นว่า ที่ตั้งเดิมของวัด หัวเนินนั้น ตั้งอยุ๋ในที่อับ ไม่สง่างาม จึงได้ สนทนากับ มัคทายก วัดหัวเนิน คือ นาย แป๊ะ ศรนารายณ์ ว่า ควรจะหาที่ตั้งวัดใหม่ เอาไกล้ๆนั่นแหละ จะได้เหมาะกับเวลาญ่ติโยมจะมาทำบุญ ทั้งทางบก ทางน้ำ จะได้สะดวกด้วย ประกอบกับ ที่ดินที่จะตั้งวัดใหม่ไกล้ๆนั้น เป็น ของ นาง เข็ม หมุดธรรม ซึ่งมีความศรัทธาต่อ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์อยุ๋แล้ว ได้ทราบเรื่องจึงได้ถวายที่ดินนั้น จำนวน 11 ไร่ 2 งาน ให้กับ ทางวัดหัวเนินโดยมี มัคทายก นายแป๊ะ เป็นผู้ดูแล ก่อสร้าง พระอุโบสถ เมื่อประมาณต้นปี 2462 โดยนายแป๊ะ เป็นคนออกค่าก่อสร้างผู้เดียว จนดำเนินการได้ 40 % เงินทุนก็น้อยลง คาดว่าคงสร้างต่อไม่ใหว จึงได้เดินทางไป วัดตึก สีแยก วรจักร กทม เพื่อขอให้ หลวงพ่อแก่น เจ้าอาวาสนั้นช่วยเหลือ ซึ่งในขณะนั้น หลวงพ่อ แก่น เป็นพระที่มี วิทยาคนแก่กล้า มีคนเลื่อมใสท่านมาก และก็ได้พบกับ คุณหมอชม โยมอุปัฐาก ของ ลพ แก่น ได้ทราบเรื่อง จึงช่วยเป็นที่ปรึกษา ต่อมาท่านคือ หัวแรงใหญ่ในการสร้างวัด หัวเนินตราบจน ชั่วชีวิตของท่าน เป็นกำลังสำคัญในการหาเงินซื้อที่ดินถวายวัดหัวเนินเพิ่มจาก 20กว่าไร่ เป็น 120ไร่เศษ ในปัจจุบัน คุณหมอชม ได้ทราบเรื่องจาก นายแป๊ะ ศรนารายณ์ ทั้งหมด ท่านได้สละเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งซึ่งมากโขอยู่ ในการดำเนินการสร้างวัดต่อ แต่จนระยะต่อมาก็ยังไม่แล้วเสร็จอยู่ดี นายแป๊ะ ก็ได้เดินทางไปวัด ตึก อีกครั้ง นำเรื่องเข้าปรึกษา ลพ แก่น พระแบน คุณหมอชม จึงตกลงกันว่า จะสร้างวัตถุมงคลเพื่อนำปัจจัยมาสมทบทุนสร้างโบส ให้แล้วเสร็จเสียที จึงจัดสร้างพระเครื่อง ทรงหยดน้ำ เนื้อเมฆพัด โดยให้ พระแบน อินทุลักษณ์ เป็นช่างแกะแม่พิมพ์ขึ้น และให้ คุณหมอชม สถิรนาวิน นำแผ่น กระสบ ทอง เงิน นาค ตระเวนไปตาม เกจิย์อาจารย์ดังๆในยุคนั้น ทั่วประเทศ ไทย เพื่อ ขอ พระเครื่อง ต่างๆ ทั้งเหรียญและเนื้อผง ตะกรุด พระโคนสมอ พระพิมพ์สมเด็จมากมายเพื่อนำมาเป็นมวลสารที่จะสร้างพระหยุดน้ำ เมฆพัด พร้อมกับลงจาร แผ่น ทอง เงิน นาค ที่นำไปด้วย เท่าที่ทราบ ก็มี หลวงปู่ ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท หลวงพ่อ ดิ่ง วัดบางวัว พ่อเฒ่าจี๊ด วัดลาดขวาง เป็น ต้นและพระคณาจารย์ ที่โด่งดังในยุคนั้นมากมาย ชนวนมวลสารที่ได้มาทั้งหมด ได้แบ่งมาหลอมเป็น พระเมฆพัด สว่นหนึ่ง อีกส่วน ได้สร้างเป็นพระประธานเพือ่ประดิษฐานในพระอุโบสถ วัดหัวเนินหลังใหม่ที่จะเสร็จนี้ คือ หลวงพ่อ พระชัยชนะสงคราม ที่ มีปฏิหารย์ต่างๆนาๆมากมาย ดังจะกล่าวเป้นลำดับต่อไป เมื่อสร้าง พระเมฆพัด หยดน้ำเสร็จแล้วได้ประกอบพิธี พุทธาภิเษกที่ วัด ตึก พร้อมกับ พระประธาน พระชัยชนะสงคราม ในคราวเดียวกัน โดย อาราธนา พระคณาจารย์ ที่โด่งดังในยุคนั้นร่วมปลุกเสกอย่างมากมาย ส่วนพระเมฆพัด ได้ขอเมตตาจาก ลป ศุข ปากคลองมะขามเฒ่า เป็นกรณีพิเศษ นำกลับไปปลุกเสกเป็นเวลา หนึ่ง ไตรมาส 3 เดือน พระบางองค์ จึงมีรอยจาร ลายมือ หลวงปู่ศุข ปรากฏให้เห็นด้านหลัง
เมื่อ พระเมฆพัด ปลุกเสก เสร็จ ทางวัดได้นำกลับมาให้ ลพ ดิ่ง วัดบางวัว / พ่อเฒ่าจี๊ด วัดลาดขวาง / และคณาจารย์ดังๆในแปดริ้ว ปลุกเสกเพิ่มพลังอีกอย่างครบถ้วน สำเร็จแล้วจึงนำออกให้ เช่าบูชา จนหมดอย่างรวดเร็ว ได้เงินมาจำนวนมาก จนสามารถ สร้างพระอุโบสถ วัดหัวเนินจนสำเร็จในปี 2463 และได้ประกอบพิธี ผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิตรในปีนั้นเอง โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เดินทางมาเป็นประธาน ตัดลูกนิมิตร ด้วย เงินที่ได้มาจำนวนมากนั้นมีผลจาก ลป ศุข ปากคลองมะขามเฒ่า ท่านได้เมตตา ให้รูปถ่ายเลี่ยมกรอบเงิน มาให้ออกบูชาเพื่อร่วมสมทบทุนด้วย ( ผมเคยได้ ภาพถ่ายเลี่ยมเงิน นี้ ในแถบพื้นที่ เขต ไกล้เคียงวัด มาแล้ว ซึ่งในยุคนั้น หลวงปู่ศุข ท่านได้ ไปมาหาสู่ กับ ลป เขียน วัดบางกรูด อ.บ้านโพธิ์ แปดริ้ว โดยทางเรืออยู่บ่อยๆ ซึ่งท่านนับถือ ลป เขียน วัดบางกรูด เป็นรุ่นพี่ ที่วัดบางกรูด จึงมีรูป ลป ศุข ติดอยู่ตั้งแต่สมัยก่อน จึงไม่แปลกเลย ที่ พระวัดหัวเนิน ลป ศุข จะเมตตาปลุกเสกให้ ถึง พรรษา และยังได้มอบ รูปถ่ายมาร่วมทำบุญด้วย )และประเด็นสำคัญ ที่ผู้คนมาเช่าบุชาจนหมด คือ การสร้างและปลุกเสก พระเมฆพัด หยดน้ำนี้ หลังจาก ปลุกเสก ทุกคณาจารย์ เสร็จสิ้น ได้ มีคนนำ พระ มาลองยิง ปรากฏว่า ยิงยังงัยก็ไม่ออก จนปืนแตกบ้างก็มี เรื่องจึงแพร่สะพัดไป ทำให้คนต่างมาแย่งกันบุชา จนหมดสิ้น ถึงขนาด มี คน นำ ควาย มาขอแลกจากคนที่ได้เช่าไป แต่ก็ยังไม่ยอมที่จะแลก จนชาวบ้าน ขนานนามว่า รุ่นแลกควาย !!!! 
หลวงพ่อพระชัยชนะสงคราม....ศักดิ์สิทธิ์ ปฏิหารย์ มากมาย ดังที่กล่าวไว้แล้ว มวลสารส่วนหนึ่งที่แบ่งไว้ หล่อพระประธาน คือ หลวงพ่อพระชัยชนะสงคราม ชื่อนี้ตั้งตามสถานที่หล่อคือ วัดชนะสงคราม องค์พระ มีขนาดใหญ่หน้าตกกว้าง 60 นิ้ว สูง 75 นิ้ว ได้เข้าพิธีพุทธาภิเษกที่วัด ตึก พร้อม พระเมฆพัดหยดน้ำ ในองค์พระได้บรรจุ พระเครื่องที่คุณหมอชม ได้ตระเวนขอจาก คณาจารย์ ทั่วประเทศมากมาย รวมทั้งของ ลป ศุข ปากคลองมะขามเฒ่า เช่นพระโคนสมอ พระสมเด็จต่างๆตลอดจนวัตถุมงคลต่างๆมากมาย ถูกนำบรรจุไว้ในองค์พระ หลวงพ่อ ชัยชนะสงคราม จึงได้ปรากฏ ความศักดิ์สิทธิ์ อภินิหารย์ต่างๆมากมาย พูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ มีเรื่องราวที่ ผู้คนสมัยนั้น ประจักษ์แก่สายตาหลายต่อหลายเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น เรื่อง การอัญเชิญ ท่านลงเรือกระแชงที่ท่าน้ำ วัดตึก เพื่อแห่ไปทาง แม่น้ำบางปะกง ไปขึ้นที่ท่าวัดหัวเนิน พอเรือถึงท่าน้ำวัดตึก ได้มีการจัดเตรียมกระดานวางขนานหลายแผ่นเหมือนรางรถไฟ ตั้งแต่องค์พระเรียงไปจนถึงท่าน้ำลงเรือ ประชาชนต่างช่วยกันขยับองค์พระโดยมีเชือกผูกประคองไว้ที่ฐานพระ ค่อยๆขยับที่ละข้างจถึงท่าน้ำ จึงหยุดปรึกษากันว่าจะเอาลงในเรือโดยวิธีใด เพราะทางวัดตึก ไม่ได้เตรียม ลอกไว้ชักดึง ระหว่างปรึกษาอยุ๋นั้น ได้เกิดเสียง ระเบิดดัง ตูมมมม.... ทุกคนตกใจและมองหาว่าเกิดระเบิดขึ้นที่ใหน แต่มันคือเสียง ของสิ่งหนึ่งตกลงไปในเรือ สิ่งที่เห้นคือ องค์ หลวงพ่อ ลงไปอยุ่ในเรือในท่าสง่างามพร้อมจะออกดินทาง น้ำรอบเรือ นิ่งสนิทไม่มีกระเพื่อมใดๆ ทุกคนต่างพากันวิจารย์.....เป็นเรื่องที่ คนวัดตึก กล่าวขานกัน เรื่อง โรงลิเก ในปี 2500 นายใหญ่ รวยสำราญได้เป็นเจ้าภาพทอดกฐินที่วัดจึงได้นำ ลิเกมาแสดงฉลองกฐิน และ ลิเกก็เป้นคณะที่โด่งดังที่สุดมนยุคนั้น ก่อนทำการแสดง ทางคณะเจ้าภาพได้บอกให้ไปรำถวายและบอกกล่าว หลวงพ่อชัยชนะสงครามก่อน แต่หัวหน้าคณะ ลิเก ไม่ทำตาม แถมยังบอกว่า เป้นพระอิฐพระปูน ไม่จำเป็น ต้องไปรำถวาย เคยเล่นมานับร้อยๆวัด ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เหตุจึงได้เกิดขึ้น ผู้คนนับร้อยเห้นกับตา ขณะที่ลิเก กำลังโหมโรงอยู่ โรงลิเกขนาดใหญ่มหึมา ได้ ค่อยๆเอนลงและราบเรียบลงกับพื้นดิน อย่างราบคาบ ทำให้ผู้คนต่าง หัวเราะงอหายกัน ทางหัวหน้าคณะลิเก จึงเกิดความกลัวรีบ นำดอกไม้ ธูปเทียน ไปขอขมาและรำถวาย หลวงพ่อชัยชนะสงคราม ไฟที่ดับลงพร้อมโรงลิเก ค่อยๆสว่างขึ้นเป็น ปกติ.... 
ยังมีเรื่องปฏิหารย์ อีกมากมาย ทั้งเรื่อง ทหาร ญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ขับเรือผ่านหน้าวัด ไม่ขอท่าน เรือดับทันที และอีกมากมาย คนแถบวัดทราบกันดี วัตถุมงคลที่ออกโดยวัดหัวเนิน เนื่องด้วยในปี 2462 ทางวัด ต้องการทุนทรัพย์ก่อสร้างพระอุโบสถ ได้สร้างเหรียญรูปหยดน้ำ เนื้อเมฆพัด สีดำมันเงางาม บางเหรียญอาจมีสีต่างออกไปเช่นน้ำตาลแก่ บางเหรียญมีสีดำแกมเขียว ดำแกมน้ำเงิน คล้ายสีของปีกแมงทับ พอโดนมือขัดจะออกเงาดำ ที่สีต่างกันเพราะส่วนผสมมวลสารไม่เสมอกัน การเผาหลอมละลายไม่เสมอกัน เพราะในการหล่อหลอมมวลสารพระ มีส่วนผสมจากเหรียญพระต่างๆ ตะกรุดเก่าจำนวนมากที่เป็นทองแดง ทองเหลือง หลอมแล้วละลายไม่หมดจากความร้อนที่ไม่สม่ำเสมอ พอเทเหวี่ยงเนื้อเมฆพัด จึงมีบางองค์ก็จะพบว่ามีเนื้อทองแดงอยุ่ข้างในเวลาพระเกิดกระเทาะแตกหักออก ทำให้ นักเล่นและนักสะสมหลายๆท่าน คิดไปต่างๆนาๆ ว่าเป็น เนื้อทองแดงอาบเมฆพัดบ้าง จึงทำให้ผู้ไม่เข้าใจ ลงความเห็นต่างกันไป แต่ถึงอย่างไร พุทธคุณ ย่อมเสมอกันโดยแล้วแต่ผู้บุชาจะอารธนาใช้ แต่ที่แอ็บบี้ ได้ยินมานั้น เหรียญนี้ มีพุทธคุณ ครบถ้วนทั้งด้านเมตตา แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี มหาอุต ขอเพียงแต่ท่านนับถือจริงๆเท่นั้นเอง ให้สังเกตุจากพิมพ์ทรงเป็นหลัก จำให้แม่นขึ้นใจ ลักษณะพระรุ่น 1 นั้น ด้านหน้าเป็นพระปางสมาธิ ประทับนั่งบนฐานเสาธง รอบองค์พระมีลายไทย ด้านหลังมีอัคขระ เป็นตัว อุ ขอม 2 ตัว คือ อุ และ อุนาโลม ดังในภาพประกอบ ทางผู้สร้างได้ใช้ตะไบแทงฐานเสาธงใต้ฐานองค์พระออกทุกองค์ เหมือนจงใจ ไม่ให้เห็นเป็นเสาธง และมีรอยแต่งตะไบเก็บความเรียบร้อยตามขอบเหรียญ พระลักษณะนี้ สมัยก่อน ภาษาเซียนเรียกพระโรงงาน รูปแบบคล้ายกันต่างกันที่ด้านหลังบ้าง ด้านหน้าบ้าง คือ จ้างโรงงานทำขึ้นมา ผู้แกะพิมพ์ พระรุ่นนี้คือ พระแบน อินทุลักษณ์ เป็นช่างเดียวกัน พระวัดลาดขวาง เนื้อเมฆพัด เมื่อคราวฝังลูกนิมิต พ.ศ. 2498 
การปลุกเสกพระเมฆพัด วัดหัวเนินรุ่น 1 ได้รับความเมตตาจาก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า นำกลับไปปลุกเสกเดี่ยว หนึ่งไตรมาส ในพรรษา เป็นระยะเวลา 3 เดือน พระบางองค์ จึงมีรอยจารลายมือ ลป ศุข และทางวัดยังได้นำไปขอความเมตตาจาก คณาจารย์ที่โด่งดังในยุคนั้นเช่น พระครูญาณ วัดสัมปทวน / ลพ ดิ่ง วัดบางวัว / พ่อเฒ่าจี๊ด วัดลาดขวาง / ล.พ เสือ วัดไผ่สามกอ / และอีกหลายๆท่าน และ ลป ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ท่านยังได้มอบภาพถ่ายเลี่ยมกรอบเงินให้ทางคณะกรรมการวัดมาออกให้บูชาหารายได้เข้าทำนุบำรุงวัด เพิ่มเติม จึงทำให้พบ ภาพถ่ายของท่านแถบ อำเภอ บ้านโพธิ์ จำนวนหนึ่ง พระเมฆพัด วัดหัวเนิน นั้น ผมถือได้ว่า เป็น มรดก อันล้ำค่า หาที่เปรียบ มิได้ พุทธคุณนั้นเหนือกว่าพระราคาเป็นล้าน ด้วยซ้ำไป ด้วยพุทธาคมจาก คณาจารย์ ที่เข้มขลังในยุคนั้น ร่วมประจุพลังปลุกเสก กันแบบเต็มเหนี่ยว ลองกันแบบ จะจะ ตาม สไตล์ พระแปดริ้ว ในช่วงยุคนั้นๆ จะสร้างกันที่ ต้องขลังสุดๆ ตั้งแต่เริ่มขั้นตอนสร้าง ชนวนมวลสาร กว่าจะรวบรวม หล่อหลอมเป็นพระ เสกกันแบบ มวยหมู่ เสกกันจนรุ่งสาง แล้วยังนำไปให้เสกกันเดี่ยวๆจนเรียกว่าล้นเลยก็ว่าได้ เช่น เหรียญ อุปัชฌาย์ คำ / เหรียญ วัดเทพราช เป็นต้น
ผมบอกได้เลยว่า ขลังจริง ต้องพระแปดริ้วคร้บเจ้านายยย รวบรวมประวัติโดย แอ็บบี้28...

* ข้อมูลนี้เป็นความรู้ที่ถูกต้อง กลั่นกรองอย่างดีแล้ว 
หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ ต่อผู้อื่น ช่วยกันแชร์ เพื่อเป็นกรณี ศึกษา สืบต่อกันไปนะครับ ขอบคุณครับ

หมวดหมู่ เหรียญหล่อ / ปั้ม
ร้านพระ

abby28

เบอร์โทรศัพท์ 0813430728
เมื่อวันที่ 2019-02-06
ยอดเข้าชม 177 ครั้ง
สถานะ ปล่อยแล้ว
Scroll