รายการพระเครื่อง

ชื่อ ตะกรุดไมยราพสะกดทัพ หลวงพ่อปาน วัดพระนอน เนื้อเงิน
ชื่อพระ ตะกรุดไมยราพสะกดทัพ หลวงพ่อปาน วัดพระนอน เนื้อเงิน
รายละเอียดพระ ตะกรุดไมยราพสะกดทัพ หลวงพ่อปาน วัดพระนอน เนื้อเงิน กรรมวิธีการสร้างตะกรุดไมยราพสะกดทัพ 1)ตะกรุดไมยราพสะกดทัพหลวงพ่อกุนท่านใช้ฤกษ์ เสาร์ห้า เป็นฤกษ์ในการลงอักขระเลยยันต์และปลุกเสก สถานที่ปลุกเสกท่านก็ไปปลุกเสกในป่าช้า เจ็ดป่าช้า มีป่าช้าวัดพลับ วัดแก่นเหล็ก และวัดพระนอน เป็นต้น หลังจากนั้นพอถึงคืนวันเพ็ญเดือน สิบสองหลวงพ่อท่านก็จะใช้ลูกสบ้ามอญ ลบถูรอยเหล็กจารที่ท่านได้จารไว้ออก และพอถึงฤกษ์เสาร์ห้า  ก็กลับไปจารที่ป่าช้าอีก ท่านทำเช่นนั้นจนครบ ๓ รอบท่านถึงจะนำออกมาแจกจ่ายแก่บรรดาลูกศิษย์ลูกหา (มีประวัติบอกเล่า ว่าตะกรุดไมยราพสะกดทัพนี้ ในการสร้างการจาร จะมีพระภิกษุสามเณร ที่ท่านฝึกไว้ เป็นผู้เขียนรูปต่างๆ ลงไป แล้วท่านำไปลงยันต์ ปลุกเสก วันเสาร์ ๕ (เดือน๕ วันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ) ท่านจะให้ศิษย์แบกถาดลงไป  ปลุกเสกในป่าช้า ๗ ป่าช้า บางดอก เจ้าของจะนำมาใน วันเพ็ญเดือน๑๒ จะลบยันต์ออกด้วยลูกสะบ้ามอญ แล้วนำมาให้ ท่านจารยันต์ลงใหม่ให้อีก จนครบ สามครั้งจะดีนักแล จึงเป็นไปได้ว่า บางดอกใช้เวลาถึง ๓ ปี จึงจะสำเร็จ นอกจากตะกรุดไมยราพสะกดทัพแล้ว หลวงพ่อกุนท่านยังสร้าง "ตะกรุดมงกุฏพระเจ้า" เป็นตะกรุดโทน , มีตะกรุดสามกษัตริย์ ทำด้วย โลหะ ทอง,เงิน,นาก และ ลูกอม ที่ใช้ชันโรงมาอุดปิด ดีทางด้าน มหาอุดหยุดปืน ข้อห้ามประการหนึ่ง ของวัตถุมงคลที่สร้างโดยหลวงพ่อกุนคือ ท่านห้ามขโมยของคนอื่น ข้อมูลจากคำบอกเล่า คุณลุงจ้าย มีทรัพย์มาก 2)หลวงพ่อจะจารอักขระ ในป่าช้า โดยใช้ฤกษ์ เสาร์ ๕ หลังจากนั้น จะปลุกเสกเฉพาะ ในทุก วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ ในป่าช้า จนครบ ทั้ง ๗ ป่าช้า ซึ่งจะใช้เวลาราวๆ ๗ เดือน อันนี้ ตามความเข้าใจของผู้เขียน คิดว่า มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจาก ตะกรุด ของ หลวงพ่อกุนนี้ ในยุคก่อนๆ ไม่ได้เรียกว่า "ตะกรุดไมยราพสะกดทัพ" แต่มักเรียกกันว่า "ตะกรุดจันทร์เพ็ญ" ที่เรียกตะกรุดจันทร์เพ็ญ เพราะท่านทำพิธีในวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ซึ่งก็คล้ายๆ กับตะกรุด สำนักอื่น เช่น ตะกรุด ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ก็จะจาร และทำพิธีในวันเพ็ญเช่นกัน ส่วนคำว่า "ไมยราพสะกดทัพ" นี้มีมา อาจเป็นเพราะ ตะกรุดนี้มีพุทธคุณพิศดาร เป็นประจักษ์ ในเรื่องทำให้ผู้คนหลับไหล สะกดผู้คนได้ ซึ่ง "ไมยราพ" เอง เป็นยักษ์ ที่ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ใดๆ กับตะกรุด หรือ ภาพอักษรใดๆที่จาร บนตะกรุดนี้เลย ตามตำนานเรื่องรามเกียรติ์ ไมยราพเจ้าเมืองบาดาล มีกล้องยาวิเศษพร้อมมนต์สะกด เมื่อเป่ายาและร่ายมนต์ก็สามารถสะกดคนให้หลับหมดได้ ไมยราพได้รับบัญชาจากทศกัณฐ์ให้มาช่วยรบกับพระราม โดยเป่ายาสะกดไพร่พลในกองทัพของพระรามจนหลับใหลไปหมด  แล้วจึงแบกพระรามพาแทรกแผ่นดินไปยังเมืองบาดาล ภายหลัง หนุมานค้นหาพระรามจนพบแล้วร่ายมนต์สะกดยักษ์ที่อยู่เวรยามให้หลับหมดพาพระรามออกมาจากเมืองบาดาลและไปฝากเทวดาที่เขาสุรกานต์ แต่ว่า ตะกรุด รุ่น นี้จะจารเป็นทั้งอักขระยันต์และรูปในเรื่องรามเกียรติ์ ในภาคตอน "หนุมานถวายแหวน" เป็น ฉากตอน ที่หนุมาน ลอบเข้าไปยังกรุงลงกา และทำการร่ายพระเวทสะกดให้เหล่ายักษ์หลับ แล้วลอบเข้าไปในปราสาท เห็นทศกรรฐ์นอนอยู่กับนางมณโฑ ก็เลยได้โอกาสแกล้งเอาผมนางมณโฑผูกติดกับเศียรทศกรรฐ์ พร้อมกับเขียนคำสาปไว้ที่หน้าผากทศกรรฐ์ว่า หากจะแก้ผมให้หลุดต้องให้นางมณโฑตบหัวสามที พอทศกรรฐ์ตื่นขึ้นมาเห็นผมนางผูกติดกับเศียรตน และหินบดยาหายไป ก็รู้ว่าศัตรูมาสะกดแล้วลักไปและไม่ว่าจะทำอย่างไรผมก็ไม่หลุด จึงให้เสนาไปนิมนต์ฤาษีโคบุตรมา ฤาษีเห็นคำสาปจารึกไว้ ก็บอกให้ทำตามคำสาป ดังนั้นเมื่อนางมณโฑตบหัวทศกรรฐ์สามครั้งผมก็หลุด ฉากตรงนี้ครับ ที่นำมาจาร บนตะกรุด ที่ ปัจจุบันนิยมเรียก "ไมยราพสะกดทัพ" เข้าใจได้ ตรงกันใช่มั๊ยครับ สรุปว่า ที่เรียก ไมยราพ สะกดทัพ คงเนื่องมาจาก ตะกรุดนี้ สามารถสะกด ผู้คนให้หลับไหล งงงวยได้จริง และ ไม่ได้เกี่ยวกับไมยราพแต่อย่างใดเลย ++ ประวัติ หลวงพ่อกุน วัดพระนอน ++ พระครูสุชาตเมธาจารย์  เกิดเมื่อวันพุธ เดือน ๖ ปีวอก พ.ศ.๒๔๐๓ ณ บ้านหนองกาทอง ตำบลโรงเข้ จังหวัดเพชรบุรี บิดา ไม่ทราบนาม ส่วนมารดามีชื่อว่า "ม่วง"  มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๕ คน เป็นผู้ชายทั้งหมด เมื่อเยาว์วัยมีนิสัยโน้มเอียงไปทางสมณะ กล่าวคือชอบนั่งบนจอมปลวก แล้ว เทศน์ให้เพื่อนฟังและในเวลาต่อมาท่านก็ได้มาอยู่วัดวังบัว ซึ่งอยู่ห่าง จากบ้านประมาณ ๓ กิโลเมตร และได้บรรพชาเป็นสามเณร จนอายุครบ ๒๐ ปี ก็ได้อุปสมบทเป็น พระภิกษุอยู่ที่วัดนี้ ในขณะที่บวชเป็นพระใหม่ ท่านมีความอุตสาหะเป็นอย่างมาก ได้เดินทางไปศึกษาวิชากับอาจารย์ "แจ้ง" บ้านอยู่ทางวัดดอนไก่เตี้ย และได้ศึกษาวิชาการ ที่วัดข่อย  ศึกษาทางช่างศิลป์กับ ท่านอาจารย์มุ่ย วัดใหญ่สุวรรณาราม  และคุณพ่อฤทธิ์ (หนังใหญ่) วัดพลับพลาชัย ท่านบวชอยู่ ๓ พรรษา ก็ได้ย้ายมาอยู่ วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) สมัยพระครูสุวรรณมุนี ต่อมาได้เป็นสมุห์และเมื่อพระครูสุวรรณมุนี มรณะภาพแล้ว ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ต่อมาได้รับพระราชทาน สมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ "พระครูสุชาตเมธาจารย์" พระครูสุชาตเมธาจารย์ หรือหลวงพ่อกุน มีชีวิตอยู่จนถึงปี พ.ศ.๒๔๖๓ ท่านก็ป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หาย และมรณภาพลงด้วยอายุ ๖๐ ปี ๔๐ พรรษา ++ คาถาอาราธนา ++  สัพพะ สิทธิ ภะวันตุเม  สัพเพพุทธา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยังพะลัง อะระหันตานัญจะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส ++ คาถาอิติปิโสสะกดไตรภพ ++  อิติ ติวา ปิ คะ โสภะ ภะโธ คะ พุท วานัง อะสา ระนุส หัง มะสัม วะมา เทสัมถา  พุท สัต โธ ถิ วิช ระชา สาจะมะระทัม  ณะ สะ สัม ริ ปัน ปุโน โรสุ ตะคะ นุต โต อะโลทูกะวิ ++ คาถาสะกดให้หลับ ++ เพื่อขึ้นบ้าน ให้จับที่บันไดแล้วว่า 3 จบดังนี้ อม ราบทาบมหาราบทาบ  สิทธิกำลังพระหนุมาน โสภะคะวา อมระงับมหาระงับกูจะกำราบฝูงอสูรทั้งหลาย ให้หลับดังผีตาย กูจะขึ้นหักสลักมณเฑียรท้าวพญาราชา พรหมก็มาอยู่เบื้องหน้ากูผุ้มีฤทธิ์  พระอาทิตย์ชุบขนกูเปนขนเพชร กูจะระเห็จขึ้นบนจอมเขา อมระงับเชิงระงับได ฆเฏสิ ฆเฏสิ กิงกะระณัง  อะหัง ปิดตัง ปิดตา ปิดหู ปิดใจ ปิดปาก พุทธะชานามิ สิทธิสวาหะ พระคาถานี้เชื่อว่าแม้จะทำอะไร ผู้คนในบ้านก็ไม่ตื่น  จะหลับสนิท หรือบ้างคนถ้ามีวิชา ก็จะจังงัง ขยับเขยื่อนร่างกายไม่ได้ ซึ่งเมื่อก่อนจะใช้เพื่อบุกเข้าบ้านศัตรู หรือบุกเข้าปล้นทรัพย์  ถ้ามีลูกสาวสวย ก็จะมีอะไรด้วย โดยที่ผู้ถูกกระทำ ยังหลับสนิท  ไม่สามารถต่อสู้หรือขัดขืนได้ ฯฯ
หมวดหมู่ เครื่องราง
ร้านพระ

หนึ่ง คลองพระอุดม

เบอร์โทรศัพท์ 0846540418
เมื่อวันที่ 2019-12-27
ยอดเข้าชม 143 ครั้ง
สถานะ โทรถาม
Scroll