รายการพระเครื่อง

ชื่อ เหรียญหล่อพระประจำวันอาทิตย์ หลวงพ่อเชย วัดเจษฏาราม
ชื่อพระ เหรียญหล่อพระประจำวันอาทิตย์ หลวงพ่อเชย วัดเจษฏาราม
รายละเอียดพระ

                  เหรียญหล่อเหรียญนี้เป็นพิมพ์พระประจำวันอาทิตย์ หลวงพ่อเชยท่านสร้างไว้เมื่อปี ๒๔๙๕ จำนวนไม่มาก เป็นเหรียญหล่อเนื้อโลหะทองผสม ใช้วิธีหล่อโบราณ โดยปั้นหุ่นเทียน แล้วต่อชนวนขึ้นช่อ มีอายุความเก่ามากกว่า ๖๐ ปี เนื้อหาเข้มข้นจัดมาก เนื้อในออกเหลืองอมเขียว ในด้านพุทธคุณนั้นคนท้องถิ่นต่างหวงแหน เพราะมีประสบการณ์กันมามาก จึงทำให้เป็นพระที่หายากมาตั้งแต่ในอดีต


หลวงพ่อเชย ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๒๒ ตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีเถาะ จุลศักราช ๑๒๔๑ ในรัชกาลที่ ๕ ที่บ้านตำบลวังน้ำคู้ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โยมพ่อชื่อ ชื่น โยมแม่ชื่อ หริ่ง นามสกุล เอกน้อย มีอาชีพทำนา เมื่ออายุเติบโตเข้าเรียนก็เข้าเรียนที่สำนักสงฆ์วัดปากพิง ตำบลวังน้ำคู้ อำเภอเมืองพิษณุโลก

ได้ศึกษาอักขระสมัยวัดนั้นจนมีความรู้แตกฉานอย่างรวดเร็ว จนท่านสมภารออกปากชมเชยในสติปัญญา จนกระทั่ง บิดา มารดาได้ย้ายมาประกอบอาชีพที่ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร จนกระทั่งมีอายุได้ ๒๖ ปีบริบูรณ์ จึงตัดสินใจละเพศเข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดเจษฏาราม ในวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๘ ตรงกับวันอาทิตย์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเส็ง จุลศักราช ๑๒๖๗ โดยมี

ท่านพระครูสมุทรคุณากร เจ้าอาวาสวัดตึกมหาชยาราม เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เป็นพระอุปัชฌาย์

พระอธิการใหม่ เจ้าอาวาสวัดแหลมสุวรรณาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์

พระอธิการโต เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้ฉายาว่า ญาณวฑฺฒโน หลวงพ่อเชย เมื่อบวชแล้วได้ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักวัดเจษฏารามได้ ๑ พรรษา ก็มีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัย ภาษาบาลี สันสกฤต และภาษาไทย อักขระขอมได้อย่างดี

และในพรรษาต่อมา จึงได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดสังกระจาย ธนบุรี เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมต่อเพิ่มเติมอีก ไปศึกษาที่วัดราชสิทธาราม วัดประยูรวงศ์ ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดสังกระจายนานถึง ๑๐ พรรษา ครั้นถึงปีมะโรง พ.ศ. ๒๔๕๙ ได้ย้ายไปจำพรรษา ณ. วัดสวนแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม และได้เปิดการสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุสามเณรในวัดนั้น

ในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ พระอธิการบัว เจ้าอาวาสวัดเจษฎารามได้ถึงแก่มรณภาพลง ชาวบ้านจึงได้อาราธนาหลวงพ่อเชยเป็นเจ้าอาวาสวัดเจษฎาราม และในปีเดียวกันท่านก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลมหาชัยอีกด้วย ในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูมหาชัยบริรักษ์ และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองสมุทรสาคร

ตั้งแต่หลวงพ่อเชยเป็นเจ้าอาวาสวัดเจษฎาราม ท่านได้ทำการปฏิสังขรณ์วัดจนเป็นพระอารามที่เจริญรุ่งเรือง จากศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อหลวงพ่อ เมื่อจะทำการสิ่งใด ก็จะมีชาวบ้านมาช่วยเหลือกันเป็นจำนวนมาก จนแล้วเสร็จในเวลารวดเร็ว

ด้วยอุปนิสัยในทางเมตตา ในแต่ละวันก็จะมีผู้เดินทางมาหาท่านจำนวนมาก มาขอของขลัง หรือมาขอให้รดน้ำมนต์ รายที่เจ็บไข้ได้ป่วยมา ท่านก็ช่วยรักษาให้ เพราะท่านมีความรู้ความสามารถทางแพทย์แผนโบราณ นอกจากนี้ท่านยังให้ความเมตตาช่วยเหลือแก่วัดต่างๆที่มาขอความช่วยเหลืออีกด้วย

ยามว่างหลวงพ่อจะเรียก ภิกษุ สามเณร และลูกศิษย์วัดมาอบรมสั่งสอนอยู่เสมอ หรือชาวบ้านที่ทำตัวเป็นนักเลงอันธพาล เกเร ท่านก็จะเรียกมาสั่งสอนให้เลิกประพฤติชั่ว กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี ซึ่งคนเหล่านั้นไม่เกรงกลัวการทำชั่ว แต่กลัวปากของหลวงพ่อมากกว่า เพราะท่านว่ากล่าวเช่นไรก็จะเป็นเช่นนั้น ถ้าใครถูกท่านว่ากล่าวแล้ว นับว่าคนนั้นเป็นคนไม่ดีจริงๆ

เคยมีคนเข้ามาทะเลาะวิวาทกันภายในวัดด้วยถ้วยคำที่หยาบคาย เป็นที่หนวกหูรำคาญแก่ พระ เณร และญาติโยม หลวงพ่อเห็นว่าเป็นการไม่สมควร จึงได้ห้ามปราม แต่คนผู้นั้นกลับไม่เชื่อฟัง ท่านจึงบอกให้ออกไปจากบริเวณวัด ก็ยังไม่ยอมออกไป ท่านเลยสั่งให้ลูกศิษย์ช่วยกันนำตัวออกไป ศิษย์ของท่านก็พลอยถูกด่าไปด้วย หลวงพ่อจึงกล่าวขึ้นด้วยความไม่พอใจว่า “มึงมันบ้าไปแล้ว เอาดีไม่ได้” แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อสิบกว่าปีก่อน คนบ้าคู่นี้ยังเดินวนเวียนอยู่แถวมหาชัย

อีกเรื่องหนึ่งราวปี ๒๔๘๗ ขณะที่หลวงพ่อเชยกับลูกศิษย์กำลังซ่อมแซมเรือบิณฑบาตอยู่หน้าวัด มีเรือลำหนึ่งกำลังแล่นผ่าน ในเรือมีหลวงพ่อโอภาสีนั่งอยู่ เพื่อจะไปงานประจำปีเจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ ที่วัดโคกคาม
พวกลูกศิษย์บอกหลวงพ่อว่า “อยากไปเที่ยวงาน เพื่อจะได้ขอของดีจากหลวงพ่อโอภาสี”
หลวงพ่อตอบว่า “ไม่ต้องไป ให้ช่วยซ่อมเรือกันต่อไป” พร้อมกับเอาชายผ้าที่พาดไหล่มาขมวดเป็นปมแล้วดึง

ทันใดนั้นเกิดเสียงดัง “ปัง” เครื่องยนต์เรือได้ดับลง เรือลำนั้นต้องลอยลำเข้ามาจอดหน้าวัด ผู้คนในเรือต่างถือดอกไม้ธูปเทียนขึ้นมานมัสการท่าน แต่หลวงพ่อบอกให้ไปไหว้พระในโบสถ์ ไม่ใช่มาไหว้ตัวท่าน และวันนั้นลูกศิษย์ของท่านต่างก็ได้รับแจกของดีจากหลวงพ่อโอภาสี โดยไม่ต้องไปถึงวัดโคกคาม

ยังมีเรื่องเล่ากันอีกว่า เมื่อยามว่างบางโอกาส ท่านจะตัดกระดาษเป็นรูปสัตว์ เช่น ปลา แล้วให้ลูกศิษย์ตักน้ำใส่โหลมา ท่านจะเอารูปปลาใส่ลงในโหล ปลานั้นกลับมีชีวิตขึ้นมาทันที ว่ายน้ำอยู่ไปมา วิชานี้หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือท่านก็ทำได้เช่นกัน

คราวหนึ่งหลวงพ่อลงไปสรงน้ำที่ท่าหน้าวัด เมื่อกลับไปถึงกุฏิแล้ว นึกได้ว่าลืมสายรัดประคดไว้ที่ท่าน้ำ จึงให้ลูกศิษย์ไปเอามาให้ เมื่อลูกศิษย์ไปถึงท่าน้ำ ก็รีบวิ่งกลับมาบอกหลวงพ่อว่า ไม่เห็นสายรัดประคด แต่เห็นจระเข้ตัวหนึ่งนอนอยู่ ท่านได้ฟังแล้วก็ยิ้ม พูดว่า “คงจะตาฝาด” ลองไปใหม่ ไปดูอีกที ลูกศิษย์คนนั้นจึงไปยังท่าน้ำทำตามที่สั่ง คราวนี้กลับเห็นสายรักประคด แต่ไม่เห็นจระเข้ตัวนั้นแล้ว เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

ในช่วงที่หลวงพ่อเชยยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคลไว้หลายอย่าง เช่น เหรียญ ตะกรุดโทน ผ้ายันต์ สีผึ้ง พระกลีบบัวเนื้อทองเหลือง และพระประจำวันเนื้อทองเหลือง โดยที่ท่านจะปลุกเสกเดี่ยวของท่านเอง วัตถุมงคลของหลวงพ่อเชยทุกรุ่น ได้รับความนิยมในวงการพระเครื่องทั้งสิ้น มีพุทธคุณโดดเด่นด้านแคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี อาวุธไม่สามารถทำอันตรายใดๆได้ ผู้ที่มีไว้ในครอบครองต่างมีประสบการณ์มาให้เล่าสู่กันฟังตลอดเวลา

หลวงพ่อเชยได้ถึงแก่มรณภาพลงด้วยอาการอันสงบนิ่ง เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๐ สิริอายุของท่านได้ ๗๘ พรรษา


ขอขอบพระคุณข้อมูลจาก
1.http://www.trueamulet.com/
2.สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง(https://www.pra-maeklong.com/)


                
หมวดหมู่ เหรียญหล่อ / ปั้ม
ร้านพระ

พระเครื่องสวนจตุจักร

เบอร์โทรศัพท์ 0818740491 Line ID:ts872868
เมื่อวันที่ 2020-02-08
ยอดเข้าชม 27 ครั้ง
สถานะ จองแล้ว
Scroll