รายการพระเครื่อง

ชื่อ พระเพชรหลีก พิมพ์สมาธิราบ วัดใต้ (หายากมากๆครับ)
ชื่อพระ พระเพชรหลีก พิมพ์สมาธิราบ วัดใต้ (หายากมากๆครับ)
รายละเอียดพระ

                     พระสภาพสวยสมบูรณ์ กดพิมพ์ออกมาได้ลึกคมชัดมาก พระพักตร์ มี พระนาสิก พระโอษฐ์ พระกรรณติดชัดเจน องค์พระตั้งตรง เส้นสายในองค์พระอ่อนช้อยนูนเด่น เนื้อหามวลสารเป็นแบบมาตรฐานพระแท้ เนื้อผงดำสนิท มีความแห้งและละเอียด มีฝ้านวลบางๆคลุมผิว องค์พระเรียกได้ว่าไม่ผ่านการใช้มาเลย ผิวพรรณจึงดูดี ด้านหลังมีรอยจารพระนามหัวใจพระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ “นะ โม พุท ธา ยะ” ครบสูตรครับ ไม่มีอุดซ่อม ความสวยงามเต็มร้อยครับ                  

 

                    วัดอินทาราม เป็นวัดโบราณ มีมาแต่สมัยอยุธยา เดิมเรียกชื่อว่า วัดบางยี่เรือนอก นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกอย่างอื่นๆ อีก คือ วัดสวนพลู และ วัดบางยี่เรือไทย ต่อเมื่อครั้ง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งเมืองธนบุรี เป็นเมืองหลวง ทรงสร้างปฏิสังขรณ์บูรณะขึ้นใหม่ทั้งหมด ขยายที่ทางไว้เป็นอันมาก แล้วได้ทรงสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ เพื่อใช้เป็นที่ประกอบพระราชกุศลใหญ่ๆหลายครั้ง เช่น งานออกพระเมรุถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระราชชนนี เมื่อ พ.ศ.๒๓๑๘ กับโปรดให้นิมนต์พระสงฆ์ฝ่ายวิปัสสนาธุระ มาประจำวัดนี้ และโปรดให้ข้าละอองธุลีพระบาทปฏิบัติอุปถัมภ์พระสงฆ์ทุกรูป ในสมัยกรุงธนบุรี

วัดอินทารามจึงเป็นวัดใหญ่ และมีความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยนั้น

 

                    ท่านเจ้าคุณทักษิณฯ เดิมชื่อ สาย เกิดเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๙๗ โยมบิดาชื่อ บัว โยมมารดาชื่อ แจ่ม พื้นเพเป็นคนทางสมุทรสงคราม ท่านบวชเณรที่วัดราชบูรณะ อำเภออัพวา จ.สมุทรสงคราม และได้เข้าเรียนหนังสือและศึกษาพระธรรมจากสำนักท่านอาจารย์แก้ว ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๘ จึงได้อุปสมบท ณ วัดราชบูรณะเช่นกัน โดยมีพระอธิการ เพ็ง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ศรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลังจากนั้นอีก ๒ พรรษาจึงได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสุทัศน์เทพวราราม กทม. และได้ฝากตัวเป็นศิษย์สมเด็จพระวันรัต (แดง) ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนาธุระ


ในปี พ.ศ.๒๔๓๒ ดำรงเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์นิมิต ฝั่งธนบุรี จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๔๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดใต้ หรือวัดอินทาราม และสมณะศักดิ์สุดท้ายเป็นที่ พระทักษิณคณิศร บวรสังฆสุทธิการ วิจารณโกศล ศกลสังฆานายกปิฎกธรรมรักขิต ตำแหน่งเจ้าคณะมณฑลปราจีนบุรี มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๔ สิริอายุได้ ๘๘ ปี ๖๖ พรรษา

 

                ท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศร ท่านเป็นชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ดังนั้นท่านจึงคุ้นเคยกับพระเถราจารย์ชาวแม่กลองเป็นอย่างดี ตามคำบอกเล่าทราบว่า ท่านเรียนวิชาการทำผง ทำลูกอม จากหลวงพ่อไล้ วัดเขายี่สาร จังหวัดสมุทรสงคราม สมัยนั้นผู้คนในพื้นถิ่นนับถือกันมาก ว่า ลูกอมหลวงพ่อไล้ ท่านเข้มขลังยิ่งนัก ในการเข้าศึกษานี้ ทราบว่าท่านมีศิษย์ร่วมสำนักที่คุ้นเคยกัน คือ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม วิชาการสร้างลูกอมของหลวงพ่อไล้นี้ ท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศร ท่านนำมาดัดแปลงสร้างเป็น “พระเพชรหลีก” มีการนำเอาข้าวเปลือกที่รอดจากการสีข้าวและหุงต้ม หลุดรอดสายตาญาติโยมที่ต้องตรวจข้าวปลาอาหารก่อนนำมาถวายพระ เพราะหากเห็นข้าวเปลือกเข้า ก็จะหยิบออก

 

แต่ข้าวเปลือกนี้หลุดรอดมาจนถึงพระได้ สำคัญว่าเมล็ดข้าวต้องสมบูรณ์ ไม่แตกหักบุบสลาย จึงเข้าตำรา “ข้าวเปลือกรอด” ที่ถูกต้อง ถือว่าเป็นของดี นำมาปลุกเสกจะดีทางแคล้วคลาดสูง และมีคุณทางกำบังพรางตา ทั้งนี้จากคำบอกเล่าของ ท่านเจ้าคุณพระวิเชียรมุนี (พัน ทองอยู่) ลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศร (สาย) ท่านเป็นชาวสมุทรสงครามอยู่กับท่านเจ้าคุณฯ มาตั้งแต่ตัวท่านยังเป็นเด็ก ๆ สมัยยังไว้ผมแกละอยู่เลย ต่อมาท่านได้เป็นเจ้าอาวาสวัดอินทาราม และเคยสร้างพระเพชรหลีกตามตำราของท่านเจ้าคุณฯ โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างพระเพชรหลีกดังนี้

 

การสร้างพระเพชรหลีก

ข้อมูลนี้จากคำบอกเล่าของ เจ้าคุณพระวิเชียรมุนี (พัน ทองอยู่) มีข้อมูลดังต่อไปนี้

ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยพระมหาบุญธรรม ติสวํโส เพชรคล้าย ป.ธ.๔ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอินทาราม ในขณะนั้นกับผู้ใกล้ชิด เป็นผู้จัดถวายให้ ท่านเจ้าพระคุณวิเชียรมุณี เป็นผู้ลงอักขระและทำพิธีปลุกเสก พระพุทธคุณทำจากตำราของท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศร ปุญญคงฺโค (สาย บัวบาน) อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อน

 

**โดยบรรจุข้าวเปลือก ๕ เมล็ด ลงในองค์พระ ตำรานี้ท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศร ได้เรียนมาพร้อมกับหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม อำเภอ อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม คือ ตำราลูกอม เรียนจากหลวงพ่อไล้ วัดเขายี่สาร จังหวัดสมุทรสงคราม**

 

ส่วนหลวงพ่อคงยังคงทำลูกอมแจกจ่ายลูกศิษย์ที่เคารพนับถืออยู่ แต่ท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศรเอาตำราลูกอมมาดัดแปลงทำเป็นรูปพระนั่งขัดสมาธิ ตั้งชื่อใหม่ว่า “พระเพชรหลีก” วิธีทำและเนื้อตามตำราของหลวงพ่อไล้ วัดเขายี่สาร ไว้อย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง วิธีทำคือ นำข้าวเปลือกที่พบได้หลังจากผ่านการนวดจากตีนวัวตีนควาย หลังจากการสีข้าว การตำข้าวเปลือก หลังจากหุงต้มและผ่านความร้อนในการหุงต้ม จึงศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง (ได้จากคำบอกเล่าของหลวงพ่อท่านเจ้าพระคุณวิเชียรมุณี อดีตเจ้าอาวาสวัดอินทาราม) ท่านเจ้าพระคุณวิเชียรมุณี ได้เคยพูดให้อาจารย์จรัล จิวาลักษณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอินทาราม ฟังว่า “พระเพชรหลีกนี้ มิใช่ดีแต่ทางแคล้วคลาด ยังดีทางโชคลาภอีกด้วย”

 

กรรมวิธีในการสร้างพระเพชรหลีก

นอกจากผงพุทธคุณ ซึ่งหลวงพ่อสำเร็จในการทำผงนั้น ๆ แล้ว ยังมีส่วนประกอบ คือ ขี้ธูปจากหน้าพระประธานในพระอุโบสถ ขี้เถ้าจากใบตองตานี ซึ่งใช้ในการลงพื้นปิดทองล่องชาด นำมาบดเป็นผงละเอียด คลุกคลีการเข้ากับรักแล้วจึงใช้แม่พิมพ์กดเป็นพระ เนื้อพระเพชรหลีกวัดใต้นี้ จึงดำสนิทและละเอียดมาก โดยใจกลางองค์พระได้นำเอา “ข้าวเปลือกรอด” ๕ เมล็ด ใส่ลงไปแล้วกดเป็นองค์พระ ข้าวเปลือกนี้โดยมากจะอยู่ในเนื้อพระมองไม่เห็นจากภายนอก

 

เว้นแต่บางองค์จะเห็นเมล็ดข้าวเปลือก โผล่ทางด้านข้างองค์พระ ข้าวเปลือกนี้หลุดรอดมาจากหลากหลายขั้นตอน จึงนับเป็นวัตถุอาถรรพ์ มีคุณวิเศษในตัว เมื่อเป็นองค์พระแล้วท่านเจ้าคุณทักษิณฯ จะนำมาลงอักขระที่ด้านหลังองค์พระ ว่า “นะ โม พุท ธา ยะ” อันเป็นหัวใจพระพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ด้วยลายมือท่านเองทุกองค์

 

ข้อมูลจาก คุณเฉลียว จันทรทรัพย์ ได้เคยสอบถามจาก อาจารย์เภา ศกุนตะสุต ศิษย์ใกล้ชิดของ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม ได้เล่าว่า

 

**เมื่อครั้งท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศร ยังมีชีวิตอยู่นั้น หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม ได้ไปเยี่ยมเยียนมิได้ขาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างหลวงพ่อทั้งสอง**

 

ข้อสันนิษฐานในทางที่เป็นไปได้อีกประการหนึ่งก็ คือ หลวงพ่อคง กับ ท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศร เป็นคนบ้านเดียวกัน อายุห่างกัน ๑๑ ปี และต่างพรรษากันเพียง ๙ พรรษา ท่านจึงเป็นคนในสมัยเดียวกัน นอกจากนั้นหลวงพ่อคง ยังชอบศึกษาหาความรู้ในด้านวิทยาคุณ ได้เล่าเรียนวิชาจากพระคณาจารย์ต่าง ๆ มากมาย แม้นพระครูอินทโมฬี (ศรี) ซึ่งป็นเจ้าคณะแขวงอำเภอแม่น้ำอ้อม จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ของ ท่านเจ้าคุณทักษิณคณิศร หลวงพ่อคงก็เคยได้ไปเรียนวิชาทางเมตตาและมหาอุดกับท่านมา

 

¤ พุทธานุภาพของพระเพชรหลีก ¤

คุณเจียม ทวีสุข บ้านอยู่ใกล้วัดอินทาราม ให้ข้อมูลไว้ว่า นาวาอากาศเอกผัน สุวรรณรักษ์ ในสมัยสงครามอินโดจีนขณะนั้น น.อ.ผัน สุวรรณรักษ์ กำลังเป็นศิษย์การบินสายแดง ได้รับคำสั่งให้นำเครื่องบินขึ้นไปต่อสู้กับเครื่องบินฝรั่งเศส ในการต่อสู้ครั้งนั้น ปรากฏว่าเครื่องบินที่ น.อ.ผัน ได้ถูกเครื่องบินของข้าศึกโจมตีด้วยปืนกลอย่างหนัก จนเครื่องบินของ น.อ.ผัน พรุนไปทั้งลำ โดยเฉพาะที่นั่งของ น.อ.ผัน ก็เช่นกัน แต่ไม่ทราบว่ากระสุนปืนกลได้ยิงทะลุผ่านเครื่องบิน และเลี่ยงหลบหลีกร่าง น.อ.ผัน ไปได้อย่างไร???

 

เพราะถ้าดูตามรอยวิถีกระสุนแล้ว ร่างของ น.อ.ผัน ไม่มีทางรอดจากวิถีกระสุนไปได้เลย หากไม่ใช่เพราะอภินิหารจากพระเพชรหลีก ที่อาราธนาติดตัวไปเพียงองค์เดียวเท่านั้น จึงสามารถนำเครื่องบินกลับสู่ฐานทัพด้วยความปลอดภัย มันช่างเป็นปรากฏการณ์ที่เหลือเชื่อจริง ๆ แต่มันก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดก่อความพิศวงในหมู่คณะทหารให้ได้พบเห็นทั่วกัน (ข้อมูลจากหนังสืออาณาจักรพระเครื่อง เล่มที่ ๓ หน้า ๕๔)

 

ข้อมูลของ น.อ.ผัน สุวรรณรักษ์ นี้มีตัวตนจริงหาใช่บุคคลที่กล่าวอ้างลอย ๆ ด้วยมีหลักฐานรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญสงครามอินโดจีน (ราชกิจจาฯ เล่มที่ ๕๘ ตอนที่ ๕๓ ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ หน้า ๒๓๓ แจ้งความ ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๔) นายทหารจากกองทัพอากาศ ๒๕ นาย ที่ได้รับเหรียญกล้าหาญ ดังมียศและนามดังต่อไปนี้

 

#กองทัพอากาศ

  นายนาวาอากาศเอก ขุนรณนภากาศ (ฟื้น ฤทธาคนี)

  นายนาวาอากาศตรี หม่อมราชวงศ์เสนาะ ลดาวัลย์

  นายนาวาอากาศตรี หม่อมเจ้ารังษิยากร อาภากร

  นายเรืออากาศเอก ประสงค์ สุชีวะ

  นายเรืออากาศเอก เฉลิมเกียรติ์ วัฒนางกูร

  นายเรืออากาศเอก มานพ สุริยะ

  นายเรืออากาศเอก ไชย สุนทรสิงห์

  นายเรืออากาศโท ทองใบ พันธุ์สบาย

*นายเรืออากาศโท ผัน สุวรรณรักษ์ (ยศขณะนั้น)*

ฯลฯ (จากหนังสือ ศึกอินโดจีน ของชาลี เอี่ยมกระสินธุ์ หน้า ๒๑๒-๒๑๓)

 

หลักฐานจากเอกสารของเรื่องราวดังกล่าว พอยืนยันได้ว่า เรื่องพุทธานุภาพของพระเพชรหลีกที่เล่านั้น เป็นเรื่องจริง และเรืออากาศโท ผัน สุวรรณรักษ์ ต่อมาก็ได้เลื่อนยศเป็นนาวาอากาศเอก ตามบันทึกข้างต้น ความจริงก็คือความจริง เพราะหลักฐานข้อเท็จจริงสอดคล้องกัน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

FB ฅนขลัง คลังวิชา 6 พฤศจิกายน 2016



หมวดหมู่ พระเนื้อผง / ดิน / ว่าน
ร้านพระ

พระเครื่องสวนจตุจักร

เบอร์โทรศัพท์ 0818740491 Line ID:ts872868
เมื่อวันที่ 2020-04-28
ยอดเข้าชม 161 ครั้ง
สถานะ พระโชว์
Scroll