รายการพระเครื่อง

ชื่อ พระประจำวันเกิด วันพฤหัสบดี วัดสุทัศน์
ชื่อพระ พระประจำวันเกิด วันพฤหัสบดี วัดสุทัศน์
รายละเอียดพระ
            

พระประจำวันเกิด วันพฤหัสบดี วัดสุทัศน์        

      เป็นพระหล่อโบราณ ที่หล่อออกมาได้สวย ลึกและคมชัดมาก เห็นพระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์ และเม็ดพระศก ทั้งๆที่เป็นพระขนาดเล็ก ซึ่งต้องถอดหุ่นเทียนออกมาอีกที บ่งบอกถึงฝีมือช่างชั้นครู วรรณะเหลืองอมเขียว ผิวโลหะสีน้ำตาลแห้งด้าน คราบฝุ่นความเก่าและเขม่าดินเบ้าปกคลุมผิว เป็นผิวหิ้งเดิมๆ สภาพสวยดูง่าย

ผู้ที่เกิดวันนี้เมื่อได้บูชาพระประจำวันเกิดของตนเองแล้ว จะเสริมส่งดวงชะตาเจ้าของวันเกิด ให้เจริญก้าวหน้า มีโชคลาภ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เกิดศิริมงคลแก่ชีวิต และร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดปราศจากภัยอันตรายทั้งปวง

 

      พระประจำวันเกิดชุดนี้ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) แห่งวัดสุทัศน์ฯ ท่านได้เททองหล่อขึ้น ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๓ - ๒๔๙๔ เนื้อโลหะออกเหลืองอมเขียว ผิวออกสีน้ำตาล


 

••รายละเอียด••

 

ชีวประวัติ : พระมงคลราชมุนี (เจ้าคุณศรีฯ สนธิ์ ยติธโร) วัดสุทัศน์ฯ

        พระมงคลราชมุนี นามเดิม สนธิ์ นามสกุล พงศ์กระวี นามฉายา ยติธโร ชาตะกาลกำเนิดวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๔๖ ณ ตำบลบ้านป่าหวาย กิ่งอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โยมผู้ชายชื่อ สุข โยมผู้หญิงชื่อ ทองดี

         อายุได้ ๑๑ ขวบ โยมผู้หญิงได้นำท่านมาฝากไว้กับพระภิกษุบุญ (หลวงตาบุญ) ซึ่งเป็นญาติกันที่วัดสุทัศน์เทพวราราม เริ่มเรียนคัมภีร์สนธิ คัมภีร์นาม พออายุได้ ๑๓ ปี จึงได้บรรพชาเป็นสามเณร

         พ.ศ. ๒๔๕๙ ท่านได้ย้ายไปอยู่ที่วัดกลางบางแก้ว จังหวัดนครปฐม ในการปกครองของเจ้าคุณพุทธิวิถีนายก (หลวงปู่บุญ) เจ้าคณะจังหวัดนครปฐมในยุคนั้น จนถึง พ.ศ. ๒๔๖๐ ท่านจึงได้ย้ายกลับมาอยู่ที่วัดสุทัศน์ฯ ตามเดิม

         เมื่อท่านเข้าไปกราบลา เจ้าคุณพุทธวิถีนายกเพื่อจะกลับกรุงเทพฯ ท่านเจ้าคุณพุทธฯเห็นว่าไม่สามารถจะขัดขวางหน่วงเหนี่ยวเอาไว้ได้ ก็จำเป็นต้องอนุโลมผ่อนตาม พร้อมกับประสาทคำพยากรณ์ให้ไว้ว่า "คนลักษณะอย่างเณร มันต้องเป็นอาจารย์คน"

        ถึงปี พ.ศ. ๒๔๖๖ ได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) เป็นพระอุปัชฌาย์ เสด็จพระอุปัชฌาย์ขนานนามฉายาว่า "ยติธโร" หลังจากอุปสมบทแล้ว ก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัยตลอดมา พ.ศ. ๒๔๗๔ สอบได้นักธรรมเอกและเปรียญธรรมเอก ๗ ประโยคแล้ว ท่านก็หยุดเข้าสอบประโยคต่อๆไปอีก แต่ท่านก็ยังเป็นผู้ใคร่ศึกษาต่อในศาสตร์ต่างๆอีก หันเข้าศึกษาค้นคว้าวิชาแพทย์แผนโบราณ ต่อมาเป็นวิชาโหราศาสตร์ การคำนวณฤกษ์ยาม เพื่อประกอบพิธีการมงคลต่างๆ

        ศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่ท่านเชี่ยวชาญเจนจบเป็นพิเศษ แทบจะหาผู้เสมอเหมือนได้ยาก คือ "ไสยศาสตร์" ท่านสนใจในวิชาประเภทนี้มาก เริ่มแต่เป็นสามเณรเมื่อครั้งออกไปอยู่วัดกลางบางแก้ว กับท่านเจ้าคุณพุทธวิถีนายก

         พร้อมทั้งเพียรบำเพ็ญอบรมจิตใจของท่านในทางวิปัสสนาธุระควบไปด้วย เรื่องความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ก็ได้เคยสำแดงออกให้เห็นประจักษ์ แก่เหล่าบรรดาศิษย์โดยทั่วกันทุกคน มีเรื่องเล่าว่า....

.......พระยาท่านหนึ่งเดินทางไปทำบุญที่วัดสุทัศน์ฯบ่อยๆ ขณะเดินผ่านกุฏิท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) ได้ถูกสุนัขที่ท่านเจ้าคุณเลี้ยงไว้ เห่า และทำท่าจะกัด พระยาท่านนั้นโกรธแค้นสุนัขตัวนั้นมาก เพราะทุกครั้งที่เดินผ่านต้องถูกเห่า และไล่กัดเสมอ จึงชักปืนที่ติดตัวไป ยิงขู่สุนัขตัวนั้น ท่านเจ้าคุณก็ทราบเรื่องนี้ดี

วันหนึ่งพระยาท่านนั้นมานมัสการ และสนทนาธรรมกับท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) ก่อนจะลากลับ ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) ได้พูดทำนองเชิญชวนให้พระยาท่านนั้นทดลองยิงเศษจีวรที่อยู่บนกุฏิ และผ่านการปลุกเสกจากท่านแล้ว

พระยาท่านนั้นเป็นคนจริง ใคร่อยากทดลองความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) จึงชักปืนออกมายิงเศษจีวรผืนนั้นถึง ๒ นัด....ปรากฏว่า ปืนยิงไม่ออกสักนัด ท่านพระยาท่านนั้นจึงได้เข้าไปกราบเท้าขอขมาท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) และขอเศษจีวรผืนนั้นนำกลับไปบูชาที่บ้านด้วย.....

 

 

       วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๑ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ "พระศรีสัจจญาณมุนี" ซึ่งพระราชาคณะตำแหน่งนี้ มิได้เคยแต่งตั้งให้แก่พระเถระรูปใดเลยในยุคกรุงรัตนโกสินทร์นี้

        สำหรับวิธีการสร้างพระกริ่ง และพระชัยวัฒน์ ก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช แพฯ จนหมดสิ้น นับว่าได้เรียนรู้การสร้างพระกริ่ง และพระชัยวัฒน์ จากองค์พระอาจารย์เป็นเวลาถึง ๑๙ ปี จนแตกฉานเชี่ยวชาญ

        เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช แพฯ เคยรับสั่งแก่ผู้ใกล้ชิดเสมอว่า “มหาสนธิ์ เขาจะแทนฉัน” แสดงว่า เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช แพฯ ทรงไว้พระทัย และยกย่องให้ท่านเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) เป็นทายาทสืบทอดในการสร้างพระกริ่ง และพระชัยวัฒน์ต่อไป

 

        ทุกคราวที่ทหารหาญของประเทศไทยต้องออกไปสู่สมรภูมิ ท่านได้ประกอบพิธีสร้างพระเครื่องรางขึ้นแจกจ่ายแก่บรรดาเหล่าทหาร เพื่อเป็นเครื่องบำรุงขวัญ เริ่มแต่กรณีพิพาทอินโดจีนจนกระทั่งสงครามเกาหลี ท่านได้ประกอบพิธีสร้าง และได้ทำการแจกจ่ายให้แก่เหล่าทหารทั้งทัพบกและทัพเรือโดยทั่วถึงกันหมด

       ท่านเป็นผู้ที่ตรากตรำมาก ทั้งในการศึกษาเล่าเรียนและการงานจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน ได้รับนิมนต์ให้ไปประกอบพิธีกรรมต่างๆเสมอ เช่น ประกอบพิธีการหล่อพระพุทธรูป ซึ่งเป็นพิธีที่ใหญ่ต้องใช้เวลามาก เริ่มแต่การจารึกพระยันต์ ๑๐๘ ลงในแผ่นโลหะ ซึ่งกว่าจะแล้วเสร็จ ก็เป็นการทรมานสังขารมิใช่น้อย มิใช่ว่าจะทำกันเป็นบางครั้งบางคราว หรือนานทีปีหน แต่ต้องปฏิบัติเช่นนี้แทบจะเป็นประจำทีเดียว

สุขภาพของท่านก็เริ่มเสื่อมโทรมลงทุกที จากผลการตรวจของนายแพทย์ยืนยันว่า ท่านกำลังอาพาธด้วยโรค “วัณโรค” เหล่าศิษยานุศิษย์ จึงจัดหานายแพทย์มาถวายการรักษาพยาบาล แต่ท่านเคยปฏิบัติกิจของท่านอย่างไร ท่านก็ปฏิบัติอยู่เช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง หยูกยาที่มีผู้จัดหาไปถวายให้ฉัน ก็ฉันบ้าง ไม่ฉันบ้าง ทำให้อาการอาพาธทวีขึ้นโดยรวดเร็ว

       จนในวันคืนวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เวลา ๒๑.๒๐ น. ท่านก็ได้ถึงแก่มรณภาพลงด้วยอาการอันสงบท่ามกลางความวิปโยคอย่างใหญ่หลวง ของเหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งปวง

 

ขอบพระคุณข้อมูลจาก

หนังสือ สนามพระ พิเศษ ๒

“ฉบับพระกริ่งเจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) วัดสุทัศน์ฯ”






หมวดหมู่ เหรียญหล่อ / ปั้ม
ร้านพระ

พระเครื่องสวนจตุจักร

เบอร์โทรศัพท์ 0818740491 Line ID:ts872868
เมื่อวันที่ 2021-04-25
ยอดเข้าชม 83 ครั้ง
สถานะ 7,500 บาท
Scroll