รายการพระเครื่อง

ชื่อ สมเด็จหลวงพ่อทบ (หลังจารหายาก)
ชื่อพระ สมเด็จหลวงพ่อทบ (หลังจารหายาก)
รายละเอียดพระ สมเด็จหลวงพ่อทบ (หลังจารหายากสุดๆ) วัดชนแดน เพชรบูรณ์ หลวงพ่อทบ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทชนแดน จ.เพชรบูรณ์ “เทพเจ้าแห่งความเมตตา” พระเกจิผู้มีชื่อเสียงเป็นที่เคารพศรัทธาและกล่าวขานถึงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ทั้งตัวท่านและวัตถุมงคลของท่านอยู่เป็นเนืองนิตย์ เช่น เมื่อคราวได้รับนิมนต์ให้เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลที่วัดสุทัศนเทพวราราม มีช่างภาพทำการถ่ายภาพของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต กดชัตเตอร์เท่าไรชัตเตอร์ก็ไม่ทำงาน จนต้องไปขออนุญาตจากท่านจึงจะสามารถกดชัตเตอร์ได้ เมื่อนำฟิล์มไปล้างก็ปรากฏว่าภาพพระเกจิอาจารย์อื่นๆ ถ่ายติดหมด แต่ภาพหลวงพ่อทบไม่ติดเป็นที่อัศจรรย์ ส่วนวัตถุมงคลของท่านก็มีมากมายหลายประเภท อาทิ รูปหล่อโลหะ เหรียญ ตะกรุด แหวน ฯลฯ ซึ่งล้วนสร้างปาฏิหาริย์และได้รับความนิยมสูงทั้งสิ้น พระครูวิชิตพัชราจารย์ หรือ หลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ เกิดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2424 ที่บ้านยางหัวลม (ปัจจุบัน คือ ต.วังชมภู) ต.นายม อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ บิดาชื่อ นายเผือก มารดาชื่อ นางอินทร์ เมื่ออายุ 16 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดช้างเผือก บ้านยางหัวลม โดยมี พระอาจารย์สี เป็นพระอุปัชฌาย์ ศึกษาร่ำเรียนหนังสือขอมและไสยเวทวิทยาคมกับพระอาจารย์สีจนแตกฉาน พออายุครบ 21 ปี จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเกาะแก้ว ต.นายม อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ โดยมี พระครูเมือง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ปาน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์สี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา ‘ธัมมปัญโญ’ หลังจากอุปสมบท หลวงพ่อทบกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดช้างเผือก และศึกษาวิชาอาคมเพิ่มเติมจากพระอาจารย์สี พระอาจารย์ปาน และหลวงทศบรรณ ซึ่งเป็นฆราวาสผู้มีอาคมแก่กล้าในขณะนั้น และศึกษาวิปัสสนากรรมฐานจากพระครูเมือง จนเป็นที่เลื่องลือว่า ‘ท่านสามารถนั่งวิปัสสนาได้หลายวันโดยไม่ฉันอาหารเลย’ เมื่อศึกษากับพระอาจารย์จนครบถ้วน จึงกราบลาออกธุดงควัตรเพื่อบำเพ็ญศีลและเจริญภาวนาพร้อมแสวงหาวิชาความรู้ในที่ต่างๆ จนถึงนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว กระทั่งเห็นว่าสมควรแก่เวลาที่จะกลับสู่มาตุภูมิ เพื่อประกอบศาสนกิจและสร้างความเจริญรุ่งเรืองต่อพระบวรพุทธศาสนา จึงมุ่งหน้าเข้าประเทศไทยทาง จ.ตราด สู่ วัดศิลาโมง ต.นายม อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ จากนั้นทำการบูรณะวัดครั้งใหญ่ สร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดบ่อน้ำ ประการสำคัญคือ ได้สร้างอุโบสถจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ และใช้ประกอบศาสนกิจต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน ระหว่างนั้นท่านยังได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากพระเกจิดังอีกหลายรูป อาทิ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า และ หลวงพ่อเง่า อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีภูมิ รับถ่ายทอดพระเวทวิทยาคมต่างๆ ทั้ง เมตตามหานิยม แคล้วคลาด คงกระพัน มหาอุด มหาอำนาจ ฯลฯ ซึ่งท่านก็ได้ใช้วิชาเหล่านั้นสงเคราะห์ญาติโยมมาตลอดชีวิตของท่าน ท่านเป็นพระเกจิผู้ที่มีเมตตาธรรมสูงส่ง มีความสุขุมเยือกเย็น ปรานีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย พูดน้อย และพระนักพัฒนาเพื่อสืบสานพระบวรพุทธศาสนาโดยแท้ ได้ทำการก่อสร้างและบูรณะวัดวาอารามตามสถานที่ต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำในการก่อสร้างพระอุโบสถจนสำเร็จเรียบร้อยถึง 16 หลัง ทั้งยังได้วางศิลาฤกษ์หลังที่ 17 ไว้แล้วที่วัดช้างเผือก แต่มรณภาพเสียก่อน สมณศักดิ์สุดท้าย ได้รับแต่งตั้งให้เป็น เจ้าคณะอำเภอชนแดน และได้รับการสถาปนาจากกรมการศาสนาเป็น พระครูวิชิตพัชราจารย์ ก่อนกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดพระพุทธบาทเขาน้อย อำเภอชนแดน และกลับมาที่วัดช้างเผือก ตามที่พระอาจารย์สีได้กล่าวฝากไว้ในอดีตว่า “หากจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว ก็ให้กลับมาพัฒนาวัดช้างเผือก อย่าปล่อยให้ร้างนะ” หลวงพ่อทบมรณภาพเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2519 รวมสิริอายุ 95 ปี 74 พรรษา บรรดาศิษยานุศิษย์และผู้เคารพนับถือ ได้นำสังขารของท่านบรรจุไว้ในโลงแก้วเพื่อสักการบูชาและรำลึกถึงตลอดไป วัตถุมงคลที่หลวงพ่อทบสร้างนั้น เรียกได้ว่า ‘ดังและมากด้วยประสบการณ์ทุกรุ่นทุกแบบ’ แต่ที่เรียกเสียงฮือฮา คือ ‘เหรียญหลวงพ่อทบ รุ่น ทูลเกล้าฯ’ ที่ออกที่วัดโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2518 ในงานฉลองอายุครบ 95 ปี ของหลวงพ่อ ซึ่งไปมีชื่อข้องเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดเป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์หลายๆ ฉบับ เมื่อ ปี พ.ศ.2536 ไม่ใช่ฮือฮากรณีฆ่าลูกฆ่าเมียอย่างเดียว แต่กลายเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ของเหรียญด้วย เลยสรุปไม่ได้ว่าอย่างไหนจะดังกว่ากัน เรื่องมีอยู่ว่า นายนิคม บ้านอยู่ ต.วังชมภู อ.เมืองจ.เพชรบูรณ์ ได้เดินทางไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพของนางทองใบ ที่บ้านนางวันเพ็ญลูกของนางทองใบ หลังเสร็จพิธีสวดอภิธรรมศพ แขกก็ทยอยกันกลับ นายเกียรติก้อง ลูกชายคนโตของนางวันเพ็ญที่มาร่วมพิธีศพยายได้ลามารดากลับบ้าน แต่สตาร์ทเครื่องรถจักรยานยนต์เท่าไหร่ก็ไม่ติด ตรวจดูปรากฏว่าหัวเทียนถูกถอดออก ทันใดนั้นเอง นายไมตรีผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของนายเกียรติก้อง ได้เดินเข้ามากระหน่ำยิงลูกของตนจนนอนจมกองเลือดตายคาที่ แล้วจะยิงซ้ำอีก นางวันเพ็ญผู้เป็นแม่และนายฉัตรชัยผู้เป็นลุงพากันเข้าห้ามและแย่งปืน จึงถูกนายไมตรียิงเข้าใส่จนกระสุนหมดโม่ นางวันเพ็ญถูกยิงเข้าที่หน้าอกและท้อง 3 นัด ขาดใจตาย ส่วนนายฉัตรชัยถูกยิงที่ไหล่ขวาทะลุ 1 นัด กระเสือกกระสนวิ่งหนี นายไมตรียังไม่หยุดความบ้าคลั่งบรรจุกระสุนใหม่ ขณะนั้นเองนายนิคมผู้เป็นลุงของผู้ตาย จึงตัดสินใจวิ่งเข้าแย่งปืน เลยโดนยิงสวนเข้าใส่ 1 นัด กระสุนถูกขาขวาล้มลง นายไมตรีเข้าไปจ่อยิงซ้ำอีกหลายนัด แต่กระสุนด้านยิงไม่ออก จึงวิ่งขึ้นไปบนบ้านตัดสินใจยิงตัวตายมันสมองกระจาย ขาดใจตายคาที่เช่นกัน เมื่อเหตุการณ์สงบ ญาติๆ ก็พาตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล นายนิคมซึ่งถูกยิงที่ขาขวานั้น เมื่อดูบาดแผลแล้วปรากฏว่ามีแค่รอยเขียวช้ำ สร้างความประหลาดใจแก่ผู้อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก ชาวบ้านพากันถามว่า ลุงมีของดีอะไร ท่านก็ตอบปฏิเสธ จนเมื่อสำรวจดูจึงนึกขึ้นได้ว่ามี ‘เหรียญ รุ่น ทูลเกล้าฯ ของหลวงพ่อทบ’ ใส่อยู่ในกระเป๋าเสื้อเพียงเหรียญเดียว ลุงนิคมเองถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว พร้อมกับนำเหรียญหลวงพ่อทบขึ้นมาพนมมือไว้ สรุปเรื่องราวแล้ว คดีนี้เป็น ‘คดีมรดกเลือด’ ที่ยายมอบมรดกให้หลานทั้งหมด แต่ตัวนายไมตรีผู้พ่อติดการพนันมีหนี้สินมากมาย จึงเกิดความบ้าคลั่งก่อเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าว ก็เป็นคติเตือนใจได้ว่า ‘การพนันไม่เคยทำให้ใครได้ดี มีแต่ความหายนะ’ เหตุการณ์แบบนี้มีกันอยู่ทุกวี่วัน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่กับ เหรียญ รุ่น ทูลเกล้าฯ ของหลวงพ่อทบ ยังคงอยู่ในความทรงจำของทุกคนไม่รู้ลืม กลายเป็นเหรียญยอดนิยมที่เป็นที่แสวงหามาถึงปัจจุบันครับผม โดย อ.ราม วัชรประดิษฐ์ แฟนพันธุ์แท้พระเครื่อง “ เมื่อใจมีศรัทธา ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นเสมอ “
หมวดหมู่ พระเนื้อผง / ดิน / ว่าน
ร้านพระ

โชคเจริญทรัพย์

เบอร์โทรศัพท์ 086-6278195 ID LINE 0866278195
เมื่อวันที่ 2021-04-29
ยอดเข้าชม 61 ครั้ง
สถานะ 5,000 บาท
Scroll